⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4593/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4593/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่ง เมื่อทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับลง และผู้ให้เช่าซื้อจะเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระหลังจากทรัพย์สินสูญหายไม่ได้ เว้นแต่จะมีการตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น หรือศาลกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร.

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่ง จึงต้องนำบทบัญญัติลักษณะเช่าทรัพย์มาใช้บังคับด้วย เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายสัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปตั้งแต่วันที่รถยนต์สูญหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567 ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังค้างชำระอยู่ตั้งแต่วันที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปหาได้ไม่ เมื่อสัญญาเช่าซื้อกำหนดให้ผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าเช่าซื้อจนครบในกรณีที่รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกโจรภัย แม้ผู้เช่าซื้อไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อนับแต่วันที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายก็ถือได้ว่าผู้เช่าซื้อได้ตกลงชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไว้ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.567 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมารถยนต์ที่เช่าซื้อถูกคนร้ายปล้นไปจำเลยทั้งสองจึงต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 5 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 123,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 66,000 บาทแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน66,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องไปจากโจทก์ ในราคา 160,900 บาทชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา 34,000 บาท ที่เหลือแบ่งชำระเป็น 36 งวดงวดละ 3,525 บาท จำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกันการเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 โดยยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 และสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 2 เป็นต้นไป ต่อมารถยนต์คันที่เช่าซื้อได้ถูกคนร้ายลักไป จำเลยที่ 1 ยังคงค้างชำระค่าเช่าซื้อที่เหลือทั้งหมดเป็นเงิน 123,375 บาท ปัญหามีว่าจำเลยที่ 1 จะต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ยังค้างอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อจนครบหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่ง จึงต้องนำบทบัญญัติลักษณะเช่าทรัพย์มาใช้บังคับด้วยเมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปตั้งแต่วันที่รถยนต์สูญหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังค้างชำระอยู่ ตั้งแต่วันที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปหาได้ไม่ แต่คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอนาทวีว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อถูกคนร้ายปล้นไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2524จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน2524 เป็นต้นไป ส่วนค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระตั้งแต่งวดที่ 2วันที่ 10 ตุลาคม 2524 และงวดที่ 3 วันที่ 10 พฤศจิกายน 2524จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องชำระต่อโจทก์รวมเป็นเงิน 7,050 บาทแม้ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 5 จะกำหนดให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าเช่าซื้อจนครบในกรณีที่รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกโจรภัยก็ตามแต่เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้ออีกต่อไป นับแต่วันที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายก็ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ตกลงจะชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในกรณีนี้ไว้ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร และกรณีนี้รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกคนร้ายปล้นไปความสูญหายของทรัพย์ที่เช่าซื้อไม่ใช่ความผิดของจำเลยที่ 1ทั้งจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในรถยนต์ที่เช่าซื้ออีกต่อไป จึงควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ตามสมควร ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 66,000 บาทก็เป็นจำนวนพอสมควรแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอีก 7,050 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4593/2531 บริษัท สยาม กลการ จำกัด โจทก์ นาย สุร พล สุวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สยาม กลการ จำกัด · จำเลย - นาย สุร พล สุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2996/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1145/2549ฎีกา 2903/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 3010/2543ฎีกา 615/2531ฎีกา 3295/2533ฎีกา 991/2548ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3408/2530ฎีกา 5675/2530ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 2987/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา