⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2996/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ให้เช่าซื้อแสดงพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่ามิได้ถือเอากำหนดเวลาผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญ และเพียงต้องการได้รับชำระค่าเช่าซื้อเท่านั้น ถือว่าผู้ให้เช่าซื้อทราบเห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของผู้เช่าซื้อ.

ย่อคำพิพากษา

แม้สัญญาเช่าซื้อระบุว่าหากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดกัน ให้ถือว่าสัญญาเลิกกันทันที แต่การที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดสองงวดติดกันแล้ว ผู้ร้องยินยอมรับค่าเช่าซื้องวดแรกจากผู้เช่าซื้อหลังจากกำหนดเวลาตามสัญญาถึง 7 เดือน โดยมิได้เลิกสัญญาหรือยึดรถยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืน แสดงว่าผู้ร้องมิได้ถือเอากำหนดเวลาที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญ และไม่ประสงค์จะเลิก สัญญา เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดอีกกว่า 20 งวด ผู้ร้องก็เพียงแต่ติดตามทวงถามค่าเช่าซื้อเท่านั้นประกอบกับสัญญาเช่าซื้อระบุว่าในกรณีทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหาย หรือเสียหายไม่ว่าด้วยเหตุสุดวิสัยก็ดี หรือเหตุอื่นใดก็ดีฯลฯ ผู้เช่าซื้อตกลงจะใช้ราคาทรัพย์สินเต็มจำนวนตามสัญญาเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับค่าเช่าซื้อเท่านั้นผู้ร้องจึงเพิกเฉยไม่บอกเลิกสัญญาหรือติดตามรถยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืนจนกระทั่งจำเลยนำรถยนต์คันดังกล่าวไปใช้กระทำความผิดและถูกริบถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้และสั่งริบรถยนต์ของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ว่าตามสัญญาเช่าซื้อ เอกสารหมาย ร.๔ ข้อ ๑๖ จะมีข้อความระบุไว้ว่า หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดกัน ให้ถือว่าสัญญาเลิกกันทันทีก็ตาม แต่การที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดสองงวดติดกันแล้ว ผู้ร้องยังยอมรับค่าเช่าซื้องวดแรกจากผู้เช่าซื้อหลังจากกำหนดเวลาตามสัญญาถึง ๗ เดือน โดยมิได้เลิกสัญญาหรือยึดรถยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืน แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องมิได้ถือเอากำหนดเวลาที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญของสัญญา และไม่ประสงค์จะเลิกสัญญาโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าวเมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้ออีกก็ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้บอกเลิกสัญญา หรือติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแต่อย่างใด ผู้ร้องเพียงแต่ติดตามทวงถามค่าเช่าซื้อเท่านั้น ประกอบกับสัญญาเช่าซื้อ เอกสารหมาย ร.๔ ข้อ ๙ ได้ระบุว่าในกรณีที่ทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหาย หรือเสียหายไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยก็ดีหรือเหตุอื่นใดก็ดีไม่ว่าจะด้วยความประมาทเลินเล่อของผู้เช่าซื้อหรือไม่ก็ตาม ผู้เช่าซื้อตกลงจะใช้ราคาทรัพย์สินโดยเต็มจำนวนตามสัญญานี้ให้แก่เจ้าของ เป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้น ผู้ร้องจึงเพิกเฉยไม่บอกเลิกสัญญา ไม่ติดตามยึดรถยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืนทั้ง ๆ ที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดตลอดมากว่า ๒๐ งวด จนกระทั่งจำเลยนำรถยนต์คันดังกล่าวไปใช้กระทำความผิดและถูกริบในคดีนี้ ผู้ร้องจึงมาขอรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวคืน ถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ผู้ร้องจึงไม่อาจที่จะขอคืนรถยนต์ของกลางได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2531 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ บ.แองโกล-ไทย มอเตอร์ จำกัด ผู้ร้อง นายยงยุทธ อยู่มา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · ผู้ร้อง - บ.แองโกล-ไทย มอเตอร์ จำกัด · จำเลย - นายยงยุทธ อยู่มา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายพิศิฏฐ์ สุดลาภา · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ ชารีสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 651/2507ฎีกา 665/2531ฎีกา 2903/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 3010/2543ฎีกา 6911/2544ฎีกา 615/2531ฎีกา 3295/2533ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3408/2530ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 9571/2544ฎีกา 3067/2530ฎีกา 170-171/2466ฎีกา 3259/2527ฎีกา 2618/2534ฎีกา 365/2534ฎีกา 3934/2525ฎีกา 1492/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา