คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดที่กฎหมายกำหนดอัตราโทษไว้สูง และจำเลยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สมควรลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา เพื่อปราบปรามและไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้แก้เครื่องชั่งถึง 2 เครื่อง และใช้เครื่องชั่งชั่งสินค้าเอาเปรียบประชาชนทั่ว ๆ ไป ทั้งที่กฎหมายบัญญัติอัตราโทษไว้สูงสำหรับความผิดประเภทนี้จำเลยหาเกรงกลัวไม่ เพื่อให้บังเกิดผลในการปราบปรามและมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นต่อไป จึงชอบที่จะลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ.(ที่มา-ส่งเสริม)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัดพ.ศ. 2466 มาตรา 32 พระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2526 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวง วัด พ.ศ. 2466 มาตรา 32 พระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด (ฉบับที่4) พ.ศ. 2526 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 32 ซึ่งเป็นบทหนัก เรียงกระทงลงโทษ ฐานแก้ไขเครื่องชั่งและฐานใช้เครื่องชั่ง รวมสองกระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน ปรับกระทงละ 2,000 บาท รวมจำคุก 3 ปี ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพโดยดี ปรานีลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 2 ปี ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษจำเลย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เหตุที่กฎหมายบัญญัติอัตราโทษไว้สูงเพราะถือเป็นความผิดร้ายแรงในเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ และเป็นการเอาเปรียบต่อกสิกรหรือประชาชนที่ยากจนในประเทศ ไม่ควรรอการลงโทษ เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยแล้วเห็นควรกำหนดโทษจำเลยใหม่พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานแก้ไขเครื่องชั่ง จำคุก 1 ปี ฐานใช้เครื่องชั่ง จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยได้แก้ไขเครื่องชั่งถึง 2 เครื่อง และใช้เครื่องชั่งชั่งสินค้าเอาเปรียบประชาชนทั่วๆ ไป ทั้งที่กฎหมายบัญญัติอัตราโทษไว้สูงสำหรับความผิดประเภทนี้ จำเลยหาเกรงกลัวไม่ เพื่อให้บังเกิดผลในการปราบปรามและมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น'
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2531
พนักงานอัยการ จังหวัด นครพนม โจทก์
นาย จักร พงษ์ พรหม อารักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครพนม · จำเลย - นาย จักร พงษ์ พรหม อารักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ