⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5141/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5141/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การขอทุเลาการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคแรก สามารถทำได้ แม้จะเคยยื่นคำร้องขอทุเลาฯ มาแล้วและถูกยกคำร้องไปก่อนหน้านี้ก็ตาม 2. การวินิจฉัยคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะขอทุเลาการบังคับคดีมาแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยกคำร้องเพราะจำเลยวางหลักประกันล่วงเลยกำหนดระยะเวลาก็ตามก็ไม่มีกฎหมายห้ามว่าจะขอ ทุเลาการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 วรรคแรก อีกไม่ได้ การวินิจฉัยคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะสั่งคำร้อง จะให้ศาลอุทธรณ์สั่งไม่ได้และยกคำร้องของจำเลยนั้น เป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๙๗,๔๕๕ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่าถ้าจำเลยที่ ๑ หรือที่ ๒ คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยมี กำหนด ๓ ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงวันนัดโจทก์มาศาล ทนายจำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้คู่ความที่มาศาลฟังโดยถือว่าฝ่ายจำเลยทราบคำสั่งแล้วและสั่งให้จำเลยวางเงิน ประกันภายใน ๑ เดือนนับแต่วันสั่งหากพ้นกำหนดนี้ให้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับตามที่ศาลอุทธรณ์สั่ง ต่อมาวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๐ โจทก์ยื่นคำร้องว่าล่วงเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยหาประกันมาวางศาลแล้ว ขอให้ออกหมายบังคับคดีแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ต่อมาจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ เพิ่งทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยหาประกันมาวางศาล เมื่อจำเลยที่ ๒ ได้รับคำบังคับเนื่องจากจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นผู้เซ็นรับทราบคำสั่ง จำเลยที่ ๒ จึงขอนำหลักทรัพย์เข้าเป็นประกันเพื่อทุเลาการบังคับและงดการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยถึงที่สุดไปแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่จำเลยกับพวกยื่นอุทธรณ์คัดค้านเป็นการสั่งสืบเนื่องมาจากที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งไว้อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งคำร้องที่ได้สั่งไปนั้น จำเลยกับพวกได้ยื่นต่อศาลชั้นต้น มิได้ยื่นต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะสั่งนั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีที่จะให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยกับพวก จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้จำเลยนำหลักทรัพย์เข้าเป็นประกันเพื่อทุเลาการบังคับและงดการบังคับคดี ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่าสมัครใจเข้าเป็นผู้ค้ำประกันหนี้รายนี้ ขอนำหลักทรัพย์เข้าค้ำประกันเพื่อทุเลาการบังคับและงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ วรรคสาม ย่อมอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะสั่งคำร้องนี้ จำเลยที่ ๒ จะขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งไม่ได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกามีว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำร้องของจำเลยที่ ๒ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๐ นั้น จำเลยขอนำหลักทรัพย์คือที่ดิน ๒ แปลงเป็นประกันเพื่อขอทุเลาการบังคับคดีจึงถือได้ว่าเป็นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีใหม่ แม้จำเลยที่ ๒ จะขอทุเลาการบังคับคดีมาแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยกคำร้องเพราะจำเลยที่ ๒ วางหลักประกันล่วงเลยกำหนดระยะเวลาก็ตาม ก็ไม่มีกฎหมายห้ามว่าจะขอทุเลาการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ วรรคแรกอีกไม่ได้ และการวินิจฉัยคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดย เฉพาะดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยที่ ๒ อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะสั่งคำร้อง จะให้ศาลอุทธรณ์สั่งไม่ได้และยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ นั้น จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยที่ ๒ และมีคำสั่งใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5141/2531 นายอนุชิตหรือตี๋ สันดุษิต โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ.ที.ที.คอนสตรัคชั่น กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอนุชิตหรือตี๋ สันดุษิต · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ.ที.ที.คอนสตรัคชั่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายสรศักดิ์ จันเกษม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 360/2490ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2467/2536ฎีกา 1256/2518ฎีกา 11216/2555ฎีกา 12104/2553ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 1067/2522ฎีกา 4783/2543ฎีกา 1565/2530ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1005/2542ฎีกา 1475/2521ฎีกา 2276/2536ฎีกา 1707/2524ฎีกา 2419/2537ฎีกา 1327/2522ฎีกา 8876/2551ฎีกา 3438/2533ฎีกา 760/2530ฎีกา 1905/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา