⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5701/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5701/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมาไว้ในครอบครอง โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้น เป็นความผิดฐานรับของโจร

ย่อคำพิพากษา

มีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไป วันเกิดเหตุจำเลยเข้ามานั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ดังกล่าวซึ่งจอดอยู่แล้วไขกุญแจรถ เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจแสดงตัวจำเลยทิ้งรถวิ่งหนี แสดงว่าจำเลยรู้ว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ การที่จำเลยนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์แล้วไขกุญแจรถ เป็นการเข้ายึดถือครอบครองรถจักรยานยนต์ เมื่อจำเลยได้รับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยย่อมมีความผิดฐานรับของโจร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๓๓ ริบกุญแจปลอม ๑ ดอกของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ ๗๔๗/๒๕๒๗ ของศาลอาญาธนบุรี จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบกุญแจปลอมของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ริบกุญแจของกลาง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๒๘ มีคนร้ายลักเอารถจักรยานยนต์ของกลางไป ปัญหาในชั้นนี้มีว่า จำเลยรับของโจรรถจักรยานยนต์ของกลางดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมาหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทบรรจง วรรณดิษฐ์ มาเบิกความว่า เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๒๘ เวลา ๗.๔๕ นาฬิกา ขณะพยานกับพวกซุ่มดักจับคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ของกลางอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์ของกลางซึ่งจอดอยู่ที่บริเวณ เมรุวัดบางบำหรุนั้น จำเลยกับพวกอีก ๒ คน ก็พากันนั่งรถจักรยานยนต์คนหนึ่งเข้ามา จำเลยเดินตรงมานั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของกลางแล้วไขกุญแจรถ เมื่อพยานแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจำเลยทิ้งรถวิ่งหนีไปทางหน้าวัด พยานกับพวกวิ่งไล่จับจำเลยได้ในขณะนั้น ทั้งได้ทำบันทึกการจับกุมหมาย จ.๗ ไว้ด้วย บันทึกการจับกุมดังกล่าวระบุเหตุการณ์ตรงกับที่พันตำรวจโทบรรจงได้เบิกความไว้ จำเลยลงชื่อไว้ในบันทึกการจับกุมด้วย คำเบิกความของพันตำรวจโทบรรจงดังกล่าวจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อระแวงสงสัยใด ๆ การที่จำเลยทิ้งรถจักรยานยนต์ของกลางแล้ววิ่งหนีเมื่อพันตำรวจโทบรรจงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจนั้น แสดงว่าจำเลยรู้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ เพราะหากจำเลยไม่รู้เช่นนั้น จำเลยก็ไม่มีเหตุที่จะต้องวิ่งหนีแต่ประการใด การที่จำเลยนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของกลางแล้วไขกุญแจรถนั้นเป็นการเข้ายึดถือครอบครองรถจักรยานยนต์ของกลาง และชี้ให้เห็นว่าจำเลยได้รับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์แล้ว ข้อนำสืบของจำเลยไม่น่าเชื่อถือ ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนก็ปรากฏว่าจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจรรถจักรยานยนต์ของกลาง คดีฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรรถจักรยานยนต์ของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหานี้ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ โดยไม่ระบุวรรคนั้นไม่ชัดเจน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขในเรื่องนี้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5701/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายรุ่งเรืองหรือ ระ บุญเพ็ง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายรุ่งเรืองหรือ ระ บุญเพ็ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายวิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา