⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6688/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6688/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุ 14 ปีไปเสียจากบิดามารดา แม้ผู้เสียหายจะยินยอมให้ร่วมประเวณีในภายหลัง ก็ยังถือเป็นการกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารได้

ย่อคำพิพากษา

เด็กหญิง ก.ผู้เสียหายอายุ 14 ปีเรียนหนังสือที่กรุงเทพมหานครได้ไปเยี่ยมบิดามารดาที่จังหวัดเลย ได้ออกไปเที่ยวจนดึก เมื่อกลับบ้านบิดาไม่ยอมให้เข้าบ้านจึงไปนอนที่หอพักกับจำเลย คืนนั้นจำเลยจะล่วงเกินผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมเช้าวันรุ่งขึ้นผู้เสียหายยินยอมให้จำเลยร่วมประเวณี 2 ครั้งและจำเลยให้ผู้เสียหายพักอยู่ด้วยจนถึงตอนเย็นแล้วพาไปจังหวัดขอนแก่นพักนอนบ้านเพื่อน วันรุ่งขึ้นผู้เสียหายกับจำเลยยังเที่ยวต่อที่จังหวัดขอนแก่นอีก ไม่ส่งผู้เสียหายกลับจนมารดาผู้เสียหายพาตำรวจมาจับจำเลย พฤติการณ์ถือได้ว่า จำเลยพรากผู้เสียหายไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319, 83จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วได้ความว่า ผู้เสียหายเที่ยวจนดึกเมื่อกลับบ้านบิดาไม่ยอมให้เข้าบ้าน ผู้เสียหายจึงไปนอนที่หอพักกับจำเลยคืนนั้นจำเลยจะล่วงเกินผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม เช้าวันรุ่งขึ้นผู้เสียหายเห็นจำเลยโกรธจึงยอมให้ร่วมประเวณี 2 ครั้งหลังจากจำเลยร่วมประเวณีแล้วผู้เสียหายบอกว่าเป็นบุตรสาวพันตำรวจเอกช่วงชัย สัจจพงษ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย และจำเลยก็ทราบว่าผู้เสียหายเป็นนักเรียนอายุยังน้อยไม่ชอบที่จะพาไปถึงจังหวัดขอนแก่นโดยไม่บอกให้บิดามารดาทราบ การที่จำเลยให้ผู้เสียหายพักอยู่ด้วยจนถึงตอนเย็นแล้วพาไปจังหวัดขอนแก่น พักนอนบ้านเพื่อวันรุ่งขึ้นผู้เสียหายกับจำเลยยังเที่ยวต่อที่จังหวัดขอนแก่นอีก ไม่ส่งผู้เสียหายกลับกรุงเทพมหานครจนเวลาประมาณ 24 นาฬิกา มารดาผู้เสียหายจึงพาตำรวจมาจับจำเลย พฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารจำเลยจึงมีความผิดตามฟ้องและที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำเลยนั้นเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ที่ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319โดยไม่ระบุวรรคนั้นเห็นควรระบุวรรคเสียให้ชัดแจ้ง" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6688/2531 อัยการ จังหวัด เลย โจทก์ นาย สม จิต รหรือดี วรรณวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ จังหวัด เลย · จำเลย - นาย สม จิต รหรือดี วรรณวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1632/2518ฎีกา 977/2514ฎีกา 119/2517ฎีกา 270/2468ฎีกา 70/2489ฎีกา 93/2529ฎีกา 34/2491ฎีกา 355/2470ฎีกา 6634/2546ฎีกา 1430/2515ฎีกา 206/2464ฎีกา 4465/2530ฎีกา 1055/2555ฎีกา 235/2470ฎีกา 4197/2547ฎีกา 811/2484ฎีกา 1800/2541ฎีกา 6370/2555ฎีกา 28/2471ฎีกา 2587/2530ฎีกา 1225/2482ฎีกา 1696/2532ฎีกา 739/2533ฎีกา 1268/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา