⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 791/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันตัวผู้ต้องหาไม่ถือเป็นการจำนอง และหลักประกันตามสัญญาประกันตัวมีสิทธิบังคับได้เพียงเท่ามูลค่าหลักประกันเท่านั้น หากขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิบังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของผู้จำเลยได้อีก

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประกันตัวผู้ต้องหามิใช่เป็นการจำนองตาม ป.พ.พ.มาตรา 702 หลักประกันที่ระบุไว้ในสัญญาก็เป็นเพียงหลักประกันเบื้องต้นตาม ป.วิ.อ. มาตรา 114 ฉะนั้นแม้ตามสัญญาจะไม่มีข้อตกลงว่า ในกรณีขายทอดตลาดหลักประกันตามสัญญาได้เงินไม่ครบจะยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์อื่นใช้หนี้จนครบก็ตาม หากปรากฏว่าขายทอดตลาดหลักประกันตามสัญญาประกันได้เงินไม่ครบตามสัญญาโจทก์ก็ย่อมมีสิทธิบังคับให้จำเลยชำระหนี้ของตนจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้จนสิ้นเชิง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยเป็นผู้ประกันตัวผู้ต้องหา โดยทำสัญญาประกันว่าหากผิดนัดยอมชำระเงินจำนวน 150,000 บาท จำเลยได้นำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่295/11 เล่ม 5 หน้า 60 ตำบลหนองบัวแดง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นหลักประกัน จำเลยผิดนัดผิดสัญญา โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน164,968.75 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินจำนวน 150,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้แล้วเสร็จ และให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 1,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหลักประกันดังกล่าวออกขายทอดตลาด แต่ได้เงินไม่ครบจำนวนตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่นาอีก 1แปลง เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ที่ค้างอยู่ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยที่นาแปลงนี้ อ้างว่าโจทก์ไม่มีสิทธิยึดทรัพย์อื่นนอกจากหลักทรัพย์ที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้โจทก์ 600 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'เห็นว่า สัญญาประกันตัวผู้ต้องหา แม้จะไม่มีข้อตกลงว่า หากขายทอดตลาดหลักประกันที่ระบุไว้ในสัญญาประกันตัวผู้ต้องหารายพิพาทได้เงินไม่ครบจำนวน 150,000บาท ก็ยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์อื่นใช้หนี้จนครบก็ตามโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะให้จำเลยชำระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของจำเลยจนสิ้นเชิง สำหรับคดีนี้โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาที่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีมิได้ปฏิบัติตามทั้งหมดหรือบางส่วนจนกว่าจะครบจำนวนหนี้ เพราะหลักประกันที่ระบุไว้ในสัญญาประกันนั้นเป็นเพียงหลักประกันเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 114 เท่านั้น และสัญญาประกันตัวผู้ต้องหามิใช่เป็นการจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 ซึ่งถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้ในทรัพย์อันเป็นหลักประกันแล้ว จะบังคับจากทรัพย์อื่นนอกสัญญาไม่ได้ดังนั้นโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบจำนวนตามคำพิพากษา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2531 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร อำเภอ หนองบัวแดง โจทก์ นาย ปั่น วง ษ์ ดิน ดำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร อำเภอ หนองบัวแดง · จำเลย - นาย ปั่น วง ษ์ ดิน ดำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8223/2542ฎีกา 1536/2500ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 295/2508ฎีกา 7913/2551ฎีกา 230/2501ฎีกา 1930/2526ฎีกา 5423/2553ฎีกา 805/2506ฎีกา 401/2531ฎีกา 1302/2531ฎีกา 2791/2546ฎีกา 4817/2533ฎีกา 553/2510ฎีกา 3124/2565ฎีกา 1074/2511ฎีกา 1178/2518ฎีกา 3544/2525ฎีกา 863/2481ฎีกา 1134/2494ฎีกา 1132/2520ฎีกา 7400/2537ฎีกา 719/2507ฎีกา 940/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ