⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1028/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมไม่ผูกพันบุคคลภายนอก แม้บุคคลภายนอกนั้นจะมีนิติสัมพันธ์กับคู่ความในคดีตามยอมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 4 เคยฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 4 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเกินกว่าส่วนที่ควรจะได้ ดังนี้ ไม่ใช่คำพิพากษาแสดงหรือวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ที่ดินย่อมไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แม้ว่าโจทก์เป็นผู้จะซื้อที่ดินแปลงนั้นจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ก็ตาม คำพิพากษาตามยอมบังคับโจทก์ไม่ได้ และไม่กระทบถึงสิทธิของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย แต่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมระหว่าง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ ที่จำเลยที้งสี่ร่วมกันทำขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับตามสัญญาจะซื้อขาย จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยสุจริต โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขาย โจทก์ไม่เสียหาย และจำเลยที่ ๓ มิได้เกี่ยวข้องกับสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๔๒ ที่มีชื่อ ส. ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมแก่โจทก์ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นผู้รับมรดกของ ส. จำเลยที่ ๔ ได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขอแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินและได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมีผลให้จำเลยที่ ๔ ได้รับที่ดินมากขึ้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้รับที่ดินน้อยกว่าที่ตนมีสิทธิ ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ฎีกาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบและเสียหายที่จะบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาจะซื้อขาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์นั้นเห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ จะบังคับเอาที่ดินจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เต็มตามส่วนที่ควรจะได้ ย่อมเสียเปรียบและได้รับความเสียหาย โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ผู้เป็นลูกหนี้ได้กระทำลง ทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบนั้นได้ แต่โจทก์เป็นบุคคลภายนอกจะฟ้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอมของคู่ความอื่นในคดีซึ่งถึงที่สุดแล้วไม่ได้ ทั้งสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยอมให้จำเลยที่ ๔ มีกรรมสิทธิ์เกินส่วนของตนที่ควรจะได้ ไม่ใช่คำพิพากษาแสดงหรือวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ย่อมไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามฟ้องของโจทก์ก็เห็นได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ศาลแสดงว่าคำพิพากษาตามยอมนั้นบังคับโจทก์ไม่ได้ และไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดิน พิพากษาแก้เป็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมไม่ผูกพันโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2532 นางสาวบุญอยู่ ธงศรีเจริญ โจทก์ นายจำปา บู่หาด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวบุญอยู่ ธงศรีเจริญ · จำเลย - นายจำปา บู่หาด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · พนม พ่วงภิญโญ · ประเสริฐ บุญศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายประจง พันธุ์ประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 3034/2526ฎีกา 181/2495ฎีกา 2274/2537ฎีกา 360/2502ฎีกา 1492/2528ฎีกา 1138/2529ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 7168/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา