⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1175/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิในการบอกล้างโมฆียะกรรมของผู้ไร้ความสามารถหรือผู้แสดงเจตนาโดยวิปริต จะตกทอดแก่ทายาทก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นถึงแก่ความตายแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ทายาทของบุคคลเช่นว่านั้น" ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 อันจะมีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมซึ่งผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริตได้กระทำลง จะมีได้ก็ต่อเมื่อบุคคลดังกล่าวถึงแก่ความตายไปแล้ว ดังนั้น เมื่อบุคคลดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่และได้ทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินอันเป็นโมฆียะ ผู้สืบสันดานของบุคคลเช่นว่านั้นจึงไม่มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมอันเป็นโมฆียะได้ และไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันล่อลวงให้นายอำภัน ประไพจิตต์ บิดาโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริต ให้ไปทำการจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๖๑ ให้แก่จำเลยที่ ๑ ในราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่า นายอำภันเป็นบุคคลวิกลจริต โจทก์เป็นบุตรผู้สืบสันดานของนายอำภัน เป็นผู้มีส่วนได้เสียได้บอกล้างนิติกรรมดังกล่าวต่อจำเลยทั้งสองแล้ว ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายดังกล่าว และให้โอนที่ดินกลับมาเป็นของนายอำภัน หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองมิได้ล่อลวงนายอำภันนายอำภันมีสติสมบูรณ์ โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจบอกล้างนิติกรรมดังกล่าวและไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรมของนายอำภันผู้วิกลจริตที่ได้แสดงเจตนาโดยวิปริต จึงมีอำนาจบอกล้างนิติกรรมซื้อขายได้นั้น เห็นว่า คำว่า "ทายาทของบุคคลเช่นว่านั้น" ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗ อันจะมีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรมซึ่งผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ได้แสดงเจตนาโดยวิปริตได้กระทำลง จะมีได้ก็ต่อเมื่อผู้ไร้ความสามารถหรือผู้แสดงเจตนาโดยวิปริตได้ถึงแก่ความตายลง ดังจะเห็นได้จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๔ ที่บัญญัติไว้ว่าบุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา ๑๕ แห่งประมวลกฎหมายนี้ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ดังนี้ เมื่อนายอำภันยังมีชีวิตอยู่ แม้โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของนายอำภันผู้วิกลจริตก็เป็นเพียงผู้สืบสันดานของนายอำภันเท่านั้น ยังไม่เป็นทายาทและไม่เป็นบุคคลที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๗ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจบอกล้างนิติกรรมดังกล่าวได้โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2532 นางพรพรรณ ประไพจิตต์ กับพวก โจทก์ นางสาวประภา แซ่หลี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพรพรรณ ประไพจิตต์ กับพวก · จำเลย - นางสาวประภา แซ่หลี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 946/2493ฎีกา 346/2511ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา