⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1676/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีเรียกทรัพย์มรดกคืนจากผู้รับโอน ต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 และผู้รับโอนทรัพย์มรดกจากทายาทโดยธรรม ย่อมมีสิทธิยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1755

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า มารดาโจทก์กับ ม. ซึ่ง เป็นมารดาของเจ้ามรดกไม่มีอำนาจทำสัญญาแบ่งมรดก จึงขอเรียกทรัพย์มรดกส่วนที่ ม. รับไปคืนจากจำเลยทั้งสี่ซึ่ง เป็นผู้รับโอนเป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกคืนจากทายาท ต้อง ฟ้องภายในกำหนดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ในขณะที่ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วย กฎหมายของเจ้ามรดกนั้นโจทก์มีมารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ถือได้ว่าโจทก์โดย มารดารู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตั้งแต่ วันดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 1 ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ จำเลยทั้งสี่เป็นผู้รับโอนทรัพย์มรดกจาก ม. ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก ย่อมเป็นบุคคลซึ่ง ชอบที่จะใช้ สิทธิของทายาทยกอายุความขึ้นต่อสู้ โจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1755

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1755

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเลอศักดิ์ เปรมสุริยา กับนางสุนีย์ เปรมสุริยา ตามคำสั่งศาลจังหวัดนครปฐม นายเลอศักดิ์ถึงแก่กรรมมีทายาทเพียงผู้เดียวคือโจทก์ มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน ๓ แปลง ระว่างที่โจทก์ยังไม่คลอดจากครรภ์มารดานั้น นางสุนีย์มารดาโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนางมึ้งมารดาของเจ้ามรดกรายนี้โดยนางสุนีย์ไม่ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ สัญญาประนีประนอมจึงเป็นโมฆะ ต่อมามารดาโจทก์กับมารดาเจ้ามรดกได้ร่วมกันจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดที่ ๕๐๕๑ เฉพาะส่วนที่เป็นมรดกให้แก่จำเลยที่ ๑ โดยไม่มีการชำระราคาเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาซื้อขายจึงเป็นโมฆะ แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ทำการฉ้อฉลโอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยไม่มีการชำระราคาเช่นกัน จำเลยที่ ๒ โอนขายให้แก่จำเลยที่ ๓ โดยไม่มีการชำระราคา เพียงเจตนาหลีกเลี่ยงมิให้โจทก์เรียกคืน ต่อมาจำเลยที่ ๓ จดทะเบียนให้จำเลยที่ ๔ เข้าถือกรรมสิทธิ์ร่วม การกระทำของจำเลยทั้งสี่ไม่สุจริต ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของเจ้ามรดก ๑ ใน ๕ ส่วน หากไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ หากไม่ชำระหน้ให้นำที่ดินดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระแก่โจทก์ ๑ ใน ๕ ส่วน ให้จำเลยทั้งสี่ชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี+ต้นเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยทั้งสี่ให้การว่า สัญญาประนีประนอมยอมความทำด้วยความสมัครใจ มีผลสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ซื้อที่ดินโดยชอบ และเสียค่าตอบแทนโดยสุจริต โจทก์โดยนางสุนีย์ผู้ใช้อำนาจปกครองได้ทราบเรื่องมาตั้งแต่ต้นแต่ไม่ฟ้องคดีเสียภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์เกิด คดีจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์บรรยายว่า เมื่อนายเลอศักดิ์เจ้ามรดกถึงแก่กรรม นางมึ้ง แซ่อึ๊ง มารดาของเจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่ นางมึ๊ง แซ่อึ๊ง จึงเป็นทายาทโดยธรรมของนายเลอศักดิ์เจ้ามรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙ (๒) และตามฟ้องของโจทก์อ้างว่า นางสุนีย์มารดาโจทก์กับนางมึ้ง แซ่อึ๊ง มารดาของเจ้ามรดกซึ่งต่างก็เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ไม่มีอำนาจทำสัญญาแบ่งมรดกของนายเลอศักดิ์โจทก์จึงขอเรียกทรัพย์มรดกของนายเลอศักดิ์ส่วนที่นางผึ้ง แซ่อึ๊ง รับไปคืนจากจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้รับโอน เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของนายเลอศักดิ์เจ้ามรดกคืนจากทายาทต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความ ๑ ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตายหรือนับแต่เมื่อโจทก์ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๕๔ ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายเลอศักดิ์เจ้ามรดกเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ในขณะนั้นโจทก์มีนางสุนีย์มารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมถือได้ว่าโจทก์โดยนางสุนีย์มารดารู้หรือควร ได้รู้ถึงความตายของนายเลอศักดิ์เจ้ามรดกตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๕ เกิน ๑ ปีแล้ว เช่นนี้คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยทั้งสี่เป็นผู้รับโอนทรัพย์มรดกมาจากนางมึ้งซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมนายเลอศักดิ์เจ้ามรดก ยอมเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาทอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๕ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676/2532 เด็กหญิงอ๋อย เปรมสุริยา โจทก์ นายเลอสันต์ เปรมสุริยา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็กหญิงอ๋อย เปรมสุริยา · จำเลย - นายเลอสันต์ เปรมสุริยา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสมศักดิ์ กาญจนมา · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1785/2505ฎีกา 1286/2510ฎีกา 1864/2518ฎีกา 1200/2523ฎีกา 964/2512ฎีกา 406/2510ฎีกา 621/2519ฎีกา 7200/2540ฎีกา 943/2513ฎีกา 268-269/2493ฎีกา 16195/2556ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1546/2505ฎีกา 778/2538ฎีกา 922/2498ฎีกา 94/2493ฎีกา 8371/2557ฎีกา 994/2485ฎีกา 6246/2539ฎีกา 8460/2558ฎีกา 58/2531ฎีกา 1665/2498ฎีกา 1330/2518ฎีกา 2526/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา