⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1691/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจริบทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดได้ แม้กฎหมายที่บัญญัติความผิดนั้นจะมิได้บัญญัติถึงการริบทรัพย์นั้นไว้โดยเฉพาะก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 จะมิได้บัญญัติถึงการริบของกลางไว้แต่ก็มิได้บัญญัติถึง เรื่องนี้ไว้เป็นอย่างอื่นดังนั้น เมื่อจำเลยใช้ รถยนต์บรรทุกบรรทุกน้ำหนักเกินอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย รถยนต์บรรทุกจึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ ใช้ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจริบรถยนต์บรรทุกนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ประกอบด้วย มาตรา 17 การที่ศาลพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่ง โจทก์ขอให้ริบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 นั้น ศาลย่อมเห็นแล้วว่ารถยนต์บรรทุกของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ ในการกระทำความผิด แม้จะมิได้ระบุบทกฎหมาย ก็มิใช่กรณีศาลพิพากษาไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกดินซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกเกินอัตราที่ได้กำหนดแล่นไปตามทางหลวงแผ่นดินอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ข้อ ๕๖, ๘๓ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ขอให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ เดือน รถยนต์บรรทุกของกลางเห็นสมควรไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายอาญามุ่งจะริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง รถยนต์บรรทุกของกลางมิใช่เป็นทรัพย์อันเป็นอุปกรณ์องค์ประกอบโดยตรงของประกาศของคณะปฏิวัติการที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางจึงเป็นการไม่ชอบนั้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์บรรทุกดินซึ่งมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกเกินกว่ากำหนด อันเป็นความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ และขอให้ศาลสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง จึงฟังได้ว่า จำเลยได้ใช้รถยนต์บรรทุกของกลางบรรทุกน้ำหนักเกิน อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย รถยนต์บรรทุกของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่บุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) และแม้ประกาศของคณะปฏิบัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ จะมิได้บัญญัติถึงการริบของกลางไว้ แต่ก็มิได้บัญญัติถึงเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างอื่น จึงนำมาตรา ๓๓ นี้มาใช้บังคับได้ตามมาตรา ๑๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกามาอีกข้อหนึ่งว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่ารถยนต์บรรทุกของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ และการริบเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมเห็นแล้วว่ารถยนต์บรรทุกของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งโจทก์ขอให้ริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางจึงเป็นไปตามกฎหมาย แม้จะมิได้ระบุบทกฎหมายก็มิใช่กรณี ศาลอุทธรณ์ พิพากษาไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2532 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายสำรวย เอี่ยมอาจ

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · เอี่ยมอาจ - นายสำรวย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสกนธ์ กฤติยาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2920/2554ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1666/2506ฎีกา 5426/2536ฎีกา 3388/2526ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 3539/2547ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2546/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา