⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1734-1735/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734-1735/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้เสียหายไม่ถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาของผู้เสียหายก็ไม่อาจเข้ามาจัดการแทนผู้เสียหายโดยการขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยกับพวกร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และบรรยายต่อมาว่าจนบัดนี้ผู้เสียหายอาจถึง แก่ความตายไปแล้ว กับที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ว่าไม่ทราบว่าผู้เสียหายเป็นตาย ร้ายดีอย่างไร โดย ไม่ได้ความว่าผู้เสียหายถูก ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ยืนยันว่าผู้เสียหายถึง แก่ความตายไปแล้วจริง จึงมิใช่กรณีที่ผู้เสียหายถูก ทำร้ายถึง ตาย หรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(2)แม้ผู้ร้องจะเป็นมารดาของผู้เสียหาย ก็ไม่อาจเข้ามาจัดการแทนผู้เสียหายโดย การขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรคสอง, ๓๑๐, ๘๓ จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ ผู้ร้องยื่นคำร้องทั้งสองสำนวนว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของผู้เสียหายซึ่งหายออกไปจากบ้านและไม่กลับมาอีกเลย โดยไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรจึงขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เพื่อดำเนินคดีแทนผู้เสียหาย โดยถือเอาคำฟ้องของโจทก์เป็นของผู้ร้องด้วย จำเลยทั้งสองสำนวนแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองสำนวน ผู้ร้องอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาทั้งสองสำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๕ (๒) บัญญัติให้ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา จัดการแทนผู้เสียหายได้เฉพาะแต่ในความผิดอาญา ซึ่งผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้เท่านั้น แต่จากคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนซึ่งผู้ร้องขอถือเอาเป็นคำฟ้องของผู้ร้องด้วย คงบรรยายแต่เพียงว่า จำเลยกับพวกร่วมกันพาผู้เสียหายไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ โดยข่มขืนใจจำยอมอยู่ในบังคับและกระทำตามคำสั่ง มิฉะนั้นจะทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายกลัว ต้องยอมอยู่ในบังคับ ปราศจากเสรีภาพในร่างกายคำฟ้องดังกล่าวไม่ได้ความว่า ผู้เสียหายถูกทำร้ายจนบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนที่ฟ้องบรรยายต่อมาว่า จนบัดนี้ผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตายไปแล้ว กับคำร้องของผู้ร้องที่ว่าไม่ทราบว่าผู้เสียหายเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ไม่เป็นการยืนยันแน่นอนว่าผู้เสียหายถึงแก่ความตายไปแล้วจริง แม้ผู้ร้องจะเป็นมารดาของผู้เสียหาย ก็ไม่อาจเข้ามาจัดการแทนผู้เสียหายโดยเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ได้ เนื่องจากไม่อยู่ในบังคับของบทกฎหมายดังกล่าว และหากผู้ร้องมีเหตุผลเชื่ว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ ผู้ร้องก็สามารถใช้สิทธิทางศาลโดยเป็นโจทก์ฟ้องเสียเองได้หาใช่ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และขอถือเอาคำฟ้องของโจทก์เป็นคำฟ้องของผู้ร้องโดยไม่ยืนยันว่าผู้เสียหายถึงแก่ความตายแล้วดังเช่นที่ผู้ร้องได้กระทำไปไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอเข้าร่วมเป็นโจท์จึงชอบแล้ว ฏีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734 - 1735/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางประเมียร ติยะวนิช ผู้ร้อง พันตำรวจโทกฤษณ์ ศิริวรรณ กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ผู้ร้อง - นางประเมียร ติยะวนิช · กับพวก - พันตำรวจโทกฤษณ์ ศิริวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1917/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 213/2554ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 618/2568ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 1228/2510ฎีกา 323/2510ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา