⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1845/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งตัวเด็กไปฝึกอบรมตามมาตรา 74(5) เป็นวิธีการสำหรับเด็กที่เบากว่าการลงโทษจำคุก และห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

การส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเป็นเวลา 2 ปีนั้น ไม่เป็นการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 แต่เป็นวิธีการสำหรับเด็กตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 (5) ที่เบากว่าการลงโทษจำคุก เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาว่า มิใช่เด็กเร่ร่อนจรจัด มีบิดามารดาให้ความอบอุ่นและหลักฐานบ้านช่องพร้อมที่จะให้ความรับรองต่อศาล จำเลยยังศึกษาอยู่ในโรงเรียน จำเลยมิได้มีเถยจิตหรือสันดานเป็นอาชญากร ขอใช้วิธีการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 อนุ (1) ถึง (3) นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้ แต่ถ้าจำเลยหรือบิดามารดาจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมมีสิทธิที่จะไปร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่อขอให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งหรือสั่งใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.74 ประมวลกฎหมายอาญา ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. ๒๔๘๗ มาตรา ๕, ๘, ๑๗ ริบของกลางทั้งหมด จำเลยที่ ๕ ที่ ๑๑ ที่ ๑๓ และที่ ๑๔ ให้การรับสารภาพตลอดข้อหา จำเลยอื่นนอกนั้นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ , ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. ๒๔๘๗ มาตรา ๕, ๘, ๑๗ เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๓ จำเลยที่ ๑๑ ที่ ๑๓ และที่ ๑๔ อายุยังไม่เกิน ๑๔ ปี ไม่ต้องรับโทษ จึงให้ส่งไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเป็นเวลา ๒ ปี ส่วนจำเลยที่ ๕ ให้จำคุก ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ จำคุกจำเลยที่ ๕ มีกำหนด ๑ ปี ของกลางริบ จำเลยที่ ๑๑ ที่ ๑๓ และที่ ๑๔ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษโดยใช้วิธีการอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ ซึ่งไม่ใช่วิธีส่งตัวไปสถานีฝึกและอบรม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑๑ ที่ ๑๓ และที่ ๑๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นส่งตัวจำเลยที่ ๑๑ ที่ ๑๓ และที่ ๑๔ ไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเป็นเวลา ๒ ปีนั้น ไม่เป็นการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ แต่เป็นวิธีการสำหรับเด็กตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๔ (๕) ที่เบากว่าการลงโทษจำคุก เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมาย มาตรา ๒๑๘ ที่จำเลยที่ ๑๑ ที่ ๑๓ และที่ ๑๔ ฎีกาว่า มิใช่เด็กเร่ร่อนจรจัด มีบิดามารดาให้ความอบอุ่นและหลักฐานบ้านช่องพร้อมที่จะให้ความรับรองต่อศาล จำเลยที่ ๑๔ ยังศึกษาอยู่ในโรงเรียน จำเลยทั้งสามมิได้มีเถยจิตหรือสันดานเป็นอาชญากร ขอใช้วิธีการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ อนุ (๑) ถึง (๓) แล้วแต่เห็นสมควรนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้ แต่ถ้าจำเลยหรือบิดามารดาของจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมมีสิทธิที่จะไปร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งหรือสั่งใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ วรรคท้าย พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสาม. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2532 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายอาจ สนธิเณร กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · ล. - นายอาจ สนธิเณร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายรุ่ง เรื่องโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 413/2466ฎีกา 528/2470ฎีกา 2437/2515ฎีกา 996/2536ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 4049/2536ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 1198/2543ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา