⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2431/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดออกไปจากที่ดินของรัฐนั้น ต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินแล้วเท่านั้น หากการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลไม่อาจสั่งให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดออกไปจากที่ดินของรัฐนั้นต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาว่า บุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ แล้ว เมื่อที่พิพาทยังไม่อาจฟังได้แน่ชัดว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์และจำเลยยึดถือครอบครองอยู่โดยเชื่อว่าตนมีสิทธิครอบครองต่อจากบิดา จึงไม่เป็นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลไม่อาจสั่งให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทได้ การที่จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาทตามคำสั่งของนายอำเภอเพราะเชื่อว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกันกับที่วินิจฉัยมาแล้วว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 แม้ปัญหานี้ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบมาตรา215 และ 225.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.363 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 ประมวลกฎหมายอาญา ม.368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๖ ต่อเนื่องมาจนถึงวันฟ้อง จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและปลูกสร้างบ้านในที่ดินสาธารณประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและขัดคำสั่งของนายอำเภอที่ให้จำเลยกับพวกออกไปจากที่ดินดังกล่าวขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญมาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๕, ๓๖๘ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ ให้จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าวด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ จำคุก๓ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๘ อีกกรรมหนึ่งลงโทษปรับ ๕๐๐ บาท รวมจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๑,๕๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินสาธารณะตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญมาตรา ๓๖๘ วรรคแรกเพียงกระทงเดียว ข้อหาอื่นและที่ให้จำเลยกับบริวารออกจากที่พิพาทนั้นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๑๐๘ วรรคสี่บัญญัติวไว้ว่า ในกรณีมีคำพิพากษาว่าผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรานี้ ศาลมีอำนาจสั่งในคำพิพากษาให้ผู้กระทำผิด คนงาน ผู้รับจ้างผู้แทนและบริวารของผู้กระทำผิดออกไปจากที่ดินนั้นด้วย ตามบทบัญญัติดังกล่าวนี้ ศาลมีอำนาจสั่งให้จำเลยออกไปจากที่พิพาทได้ กรณีต้องเป็นเรื่องที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยได้กระทำผิด แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิด กรณีไม่ต้องตามบทกฎหมายดังกล่าวที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำขอของโจทก์ที่ขอให้สั่งจำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทเสียนั้น จึงชอบแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาท โดยเชื่อว่ามีสิทธิครอบครองต่อมาจากบิดา ทั้งยังไม่อาจพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ จำเลยไม่มีเจตนาบุกรุก การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ดังนั้นการที่จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาทตามคำสั่งของนายอำเภออันเนื่องมาจากจำเลยเชื่อว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองในที่พิพาท การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเช่นเดียวกัน แม้ปัญหานี้ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์แต่ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๘๕ ประกอบมาตรา ๒๑๕, ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๘ เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2532 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นางสาวศิริรัตน์ กนกคุณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นางสาวศิริรัตน์ กนกคุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุทธินันท์ เสียมสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3026/2517ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 2718/2538ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา