⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 267/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คหลายฉบับ แม้จะถูกปฏิเสธการจ่ายเงินในวันเดียวกัน ถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน หากมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับแยกจากกัน การคำนวณโทษจำคุกตามมาตรา 21 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องนับตามปีปฏิทิน หากกำหนดโทษเป็นปี และนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือนหากกำหนดโทษเป็นเดือน เพื่อให้เป็นคุณแก่จำเลย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับ แม้ธนาคาร ตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ในวันเดียวกัน ก็ต้องถือว่าจำเลยกระทำความผิดในการออกเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ต่างกรรมต่างวาระกัน เพราะจำเลยมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยในการออกเช็ค 3ฉบับจึงเป็นความผิด 3 กระทง ศาลลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 8 เดือน รวม 3 กระทงต้องกำหนดโทษรวมเป็นจำคุก 24 เดือน ไม่ใช่ 2 ปีและเมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วก็ต้องกำหนดโทษจำคุกเป็น 12 เดือน เพราะการวางโทษเป็นปีทำให้จำเลยเสียเปรียบ เนื่องจากตาม ป.อ. มาตรา 21 วรรคสอง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฎิทิน ในราชการดังนั้นการนับวันใน 1 ปีจึงเท่ากับ 365 วัน แต่การนับวันใน 1 เดือน เท่ากับ 30 วัน กำหนดโทษ 12 เดือนคิดเป็นวันจึงเท่ากับ 360 วัน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.21 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้เรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ8 เดือน รวม 3 กระทง ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าแม้จำเลยจะสั่งจ่ายเช็ค3 ฉบับ แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเพียง 2 ครั้ง โดยปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ในวันที่ 30 มิถุนายน2529 ครั้งหนึ่ง และปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับที่ 3 ในวันที่16 กรกฎาคม 2529 อีกครั้งหนึ่ง จึงถือว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง2 กรรมนั้น เห็นว่า แม้ธนาคารตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ในวันเดียวกันคือวันที่ 30 มิถุนายน 2529ก็ต้องถือว่าจำเลยกระทำความผิดในการออกเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2ต่างกรรมต่างวาระกัน ทั้งนี้เพราะจำเลยมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ ทั้งการที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับก็แยกจากกันได้ ดังจะเห็นได้ว่าธนาคารตามเช็คทำใบคืนเช็คฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 แยกต่างหากจากกันเป็น2 ฉบับตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 และ 4 การกระทำของจำเลยในการออกเช็ค 3 ฉบับตามฟ้องจึงเป็นความผิด 3 กระทง หาใช่ 2 กระทง ดังข้ออ้างของจำเลยไม่ ที่จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า หากศาลลงโทษจำเลยกระทงละ 8 เดือนรวม 3 กระทง ก็ควรกำหนดโทษเป็นจำคุก 24 เดือน ไม่ใช่ 2 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ก็ควรกำหนดโทษจำคุกเป็น 12 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เพราะการวางโทษเป็นปีทำให้จำเลยเสียเปรียบเนื่องจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน ถ้ากำหนดเป็นปีให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ฉะนั้นการนับจำนวนวันในหนึ่งปีจึงเท่ากับ 365 วัน แต่การนับจำนวนวันใน1 เดือนเท่ากับ 30 วัน กำหนดโทษ 12 เดือน คิดเป็นจำนวนวันเท่ากับ360 วันนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 8 เดือน รวม 3 กระทงคงจำคุก 24 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2532 นาย วิชัย ลิ้มศักดากุ ล โจทก์ นาง ปา นตา พงษ์โสภ ณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิชัย ลิ้มศักดากุ ล · จำเลย - นาง ปา นตา พงษ์โสภ ณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2676/2531ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1222/2519ฎีกา 1502/2550ฎีกา 332/2536ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 666/2502ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ