⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3003/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3003/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดไปในทางจำหน่ายสิทธิของจำเลยได้นั้น ต้องระบุไว้ในใบแต่งทนายความให้ชัดเจน การตกลงท้าสาบานของทนายความมีผลผูกพันคู่ความ หากคู่ความไม่ปฏิบัติตามคำท้า ถือว่ายอมแพ้คดี

ย่อคำพิพากษา

ใบแต่งทนายความของจำเลยระบุให้ทนายความมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใดไปในทางจำหน่ายสิทธิของจำเลยได้ เช่น การยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การประนีประนอมยอมความ ฯลฯในวันชี้สองสถาน ทนายโจทก์และทนายจำเลยตกลงท้ากันว่า หากโจทก์และผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับโจทก์ไปสาบานที่ วัดพระแก้วกับ วัดบ้านแหลม โดยจำเลยจะเป็นผู้นำสาบานว่าโจทก์กับพวกไม่ได้เคลื่อนย้ายหลักเขตที่ดินมุม ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วจำเลยไม่ติดใจถือว่ายอมแพ้ ก่อนถึงวันนัดสาบานตามคำท้า ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยโดยอ้างว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน เนื่องจากได้แจ้งเรื่องคำท้าให้จำเลยทราบแล้วจำเลยไม่ยอมรับ คำท้า แต่จะให้มีการสืบพยานต่อไป ในคำร้องดังกล่าวจำเลยได้ลงชื่อรับทราบข้อความและไม่คัดค้านไว้ ทั้งในวันนัดสาบานตามคำท้าทนายจำเลยก็แถลงยืนยันตามข้อความในคำร้องดังกล่าวจึงต้องฟังว่าจำเลยได้ทราบวันนัดสาบานตามคำท้าแล้ว แม้ในวันที่คู่ความแถลงท้ากันจำเลยไม่ได้ไปศาลก็ตาม เมื่อคำท้ามีผลผูกพันจำเลย จำเลยสามารถปฏิบัติตามคำท้านั้นได้โดยไปเป็นผู้นำสาบานตามคำท้า แต่จำเลยไม่ไป ถือได้ว่าจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำท้าจึงต้องตกเป็นฝ่ายแพ้คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดที่ดินมีโฉนดของโจทก์และผู้มีชื่อเพื่อแบ่งกรรมสิทธิ์รวมจำเลยได้คัดค้านว่ามีการเคลื่อนย้ายหลักเขตทางด้านทิศใต้ของโจทก์เข้าไปในเขตที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่ยอมรับรองแนวเขต ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและขัดขวางการรังวัดแบ่งแยกที่ดินดังกล่าว และให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาในการยินยอมรับรองเขตที่ดินพิพาทของจำเลย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า หลักเขตที่ดินของโจทก์ถูกเคลื่อนย้ายรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของจำเลย อย่างไรก็ตามจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทมาจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยมาตรา ๑๓๘๒ แล้ว ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า หลักเขตที่ดินของโจทก์ไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปในที่ดินของจำเลย และจำเลยไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ในวันชี้สองสถาน ทนายโจทก์และทนายจำเลยตกลงท้ากันว่า หากโจทก์ทุกคน (ที่ถูกน่าจะเป็นโจทก์และผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับโจทก์) ไปสาบานที่วัดพระแก้วกับวัดบ้านแหลม โดยจำเลยจะเป็นผู้นำสาบานว่า โจทก์กับพวกไม่ได้เคลื่อนย้ายหลักเขตที่ดินมุมด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วจำเลยไม่ติดใจถือว่ายอมแพ้ ก่อนถึงวันนัดสาบาน ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่ยอมรับคำท้า แต่จะขอให้มีการสืบพยานกันต่อไป จึงขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลย ครั้นถึงวันนัดสาบานตามคำท้า โจทก์ ทนายโจทก์ และทนายจำเลยมาศาล ทนายจำเลยแถลงว่าจำเลยไม่ยอมรับคำท้า ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำท้า พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้ถือเอาคำพิพากษาฉบับนี้เป็นการแสดงเจตนาในการยินยอมรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทแทนจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้รวมสั่งเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความว่าก่อนถึงวันนัดสาบานตามคำท้าทนายจำเลยยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลย โดยอ้างว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน เนื่องจากได้แจ้งเรื่องคำท้าให้จำเลยทราบแล้วจำเลยไม่ยอมรับคำท้าแต่จะให้มีการสืบพยานต่อไป ในคำร้องดังกล่าวจำเลยได้ลงชื่อรับทราบข้อความและไม่ค้านไว้ ทั้งในวันนัดสาบานตามคำท้า ทนายจำเลยก็แถลงยืนยันตามข้อความในคำร้องดังกล่าว จึงต้องฟังว่าจำเลยได้ทราบวันนัดสาบานตามคำท้าแล้ว แม้ในวันที่คู่ความแถลงท้ากันจำเลยไม่ได้ไปศาลก็ตาม แต่เมื่อใบแต่งทนายความของจำเลยระบุให้ทนายความมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใดไปในทางจำหน่ายสิทธิของจำเลยได้ เช่น การยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้องการประนีประนอมยอมความ ฯลฯ จำเลยจึงต้องผูกพันตามคำท้านั้น จากพฤติการณ์ที่ฟังได้ว่าจำเลยซึ่งทราบวันนัดสาบานตามคำท้าโดยชอบ ได้แจ้งต่อทนายจำเลยว่าจำเลยไม่ยอมรับคำท้า ครั้นถึงวันนัดจำเลยก็ไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง เช่นนี้ เหตุที่จำเลยไม่มาศาลก็เนื่องจากต้องการให้ยกเลิกคำท้าและให้มีการสืบพยานดังคำแถลงของทนายจำเลยดังกล่าวข้างต้นนั่นเอง เมื่อคำท้ามีผลผูกพันจำเลย จำเลยสามารถปฏิบัติตามคำท้านั้นได้โดยไปเป็นผู้นำสาบานตามคำท้า แต่จำเลยไม่ไป ถือได้ว่าจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำท้า จึงต้องตกเป็นฝ่ายแพ้คดี ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยไม่ไปนำสาบานต้องถือว่าคำท้าได้ถูกยกเลิกนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะหากถือเช่นนั้นก็เท่ากับว่า แม้โจทก์จะคัดค้านจำเลยก็สามารถถอนคำท้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณามาอย่างถูกต้องได้โดยการไม่ไปนำสาบานตามนัดอันเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3003/2532 นายบุญเนื่อง เหลืองขมิ้น โจทก์ นายดอกดิน พาหวล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญเนื่อง เหลืองขมิ้น · จำเลย - นายดอกดิน พาหวล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายนึก หนูเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 5640/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1145/2512ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2169/2523ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1280/2505ฎีกา 234/2491ฎีกา 5285/2537ฎีกา 7/2539ฎีกา 8224/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา