⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3278/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ครอบครองโฉนดที่ดินส่งมอบต่อศาลเพื่อบังคับคดีได้ โดยการส่งมอบดังกล่าวไม่ทำให้ผู้ครอบครองสูญเสียสิทธิในที่ดินนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้เก็บโฉนดที่ดินพิพาทไว้ส่งมอบโฉนดที่ดินนั้นต่อศาล เพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ คำสั่งของศาลเช่นว่านี้ย่อมไม่ทำให้ผู้เก็บโฉนดที่ดินพิพาทสูญเสียสิทธิในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทแต่อย่างใด และโฉนดที่ดินพิพาทที่ส่งมอบต่อศาลก็เพื่อไปดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาเท่านั้น มิใช่เอาไปเสียจากการยึดถือครอบครองของผู้เก็บโฉนดที่ดินนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.71 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยให้แก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขาย ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โจทก์ไปดำเนินการโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดระยองแล้วแต่ไม่อาจจดทะเบียนได้ เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถนำโฉนดที่ดินไปจดทะเบียน เพราะผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมและเป็นผู้เก็บโฉนดไว้ไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินให้ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกผู้ร้องมาสอบถามและให้ส่งมอบโฉนดที่ดินรายพิพาทต่อศาลเพื่อให้โจทก์นำไปให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดระยองดำเนินการจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของจำเลยตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อมและหมายเรียกผู้ร้องให้ไปศาลวันนัดก่อนวันนัดผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คำพิพากษาคดีนี้ไม่ผูกพันผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยขอให้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้องและได้ยื่นฟ้องก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ และยังได้ฟ้องโจทก์จำเลยในคดีนี้เป็นจำเลยร่วมกันต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยด้วย จึงขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ระงับการบังคับคดีนี้ไว้ชั่วคราวเพื่อรอฟังผลคำพิพากษาในคดีที่ผู้ร้องฟ้องไว้ดังกล่าว วันนัดพร้อม ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งถึงที่สุดแล้ว เว้นแต่จะมีเหตุขอให้งดการบังคับคดีไว้ได้ตามกฎหมาย เมื่อปรากฏว่าโฉนดที่ดินพิพาทจำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ร้อง และผู้ร้องไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอใหศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทแก่ศาลเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาได้ การที่ผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้อง ไม่เป็นเหตุให้งดการบังคับคดีในคดีนี้ไว้ได้ ส่วนผู้ร้องจะมีสิทธิขอคุ้มครองอย่างไรก็ต้องไปดำเนินการในคดีดังกล่าวซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีนี้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาททั้งหมดในคดีนี้ต่อศาลภายใน ๑๕ วันเพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาต่อไป ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกและกรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่ให้คำพิพากษาของศาลมีผลผูกพันบุคคลภายนอกตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ ศาลจึงไม่อาจสั่งบังคับให้ผู้ร้องกระทำการตามที่โจทก์ประสงค์ได้หากโจทก์เห็นว่าการที่ผู้ร้องไม่กระทำการตามที่โจทก์ประสงค์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ก็ชอบที่โจทก์จะดำเนินการว่ากล่าวกับผู้ร้องต่อไป พิพากษากลับให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทต่อศาลเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องเป็นผู้เก็บโฉนดที่ดินพิพาทไว้และไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีได้ ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทต่อศาลเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ คำสั่งของศาลเช่นว่านี้ย่อมไม่ทำให้ผู้ร้องสูญเสียสิทธิในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทแต่อย่างใด ทั้งโฉนดที่ดินพิพาทที่ส่งมอบต่อศาลก็เพื่อไปดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาเท่านั้น หาใช่เอาไปเสียจากการยึดถือครอบครองของผู้ร้องเสียทีเดียวไม่ ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ฟ้องจำเลยให้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไว้ก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีนี้และยังได้ฟ้องโจทก์กับจำเลยในคดีนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยอีกคดีหนึ่งด้วยนั้น หาใช่เหตุที่ศาลจะงดการบังคับคดีนี้ไว้ได้ หากผู้ร้องประสงค์จะขอคุ้มครองสิทธิอย่างใดในที่ดินพิพาทดังกล่าวก็ชอบที่จะไปดำเนินการในคดีที่ผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องอยู่นั้นได้ตามสิทธิ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2532 นายสุพงษ์ ลิ้มธนากุล โจทก์ นายปรีดา กุลชล ผู้ร้อง นายสุเมธ เตติวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุพงษ์ ลิ้มธนากุล · ผู้ร้อง - นายปรีดา กุลชล · จำเลย - นายสุเมธ เตติวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายบุญส่ง น้อยโสภณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2573/2552ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 6968/2537ฎีกา 7466/2538ฎีกา 2057/2529ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1052/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 643/2497ฎีกา 2422/2545ฎีกา 967/2491ฎีกา 6868/2541ฎีกา 39/2524ฎีกา 241/2499ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 560/2529ฎีกา 5015/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา