⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3368/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3368/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นอื่น แม้คำฟ้องอุทธรณ์จะใช้แบบพิมพ์คำร้อง ถือว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจรับพิจารณาอุทธรณ์นั้นแล้ว - คำสั่งศาลชั้นต้นที่ถึงที่สุดแล้ว หากศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งดังกล่าวโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นที่อุทธรณ์ ถือเป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์จะใช้แบบพิมพ์คำร้องเป็นคำฟ้องอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์ก็วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นข้ออื่น จึงมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายถึงขนาดที่จะรับไว้พิจารณาไม่ได้ อุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้เถียงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดไต่สวนและยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของโจทก์ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์ เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 215

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.166 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.181 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.67 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓ และขอให้คืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ชั้นพิจารณาหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ต่อไปในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๑ โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นสั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์ยังมีหน้าที่จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เพราะยังสืบพยานไม่เสร็จ จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๑ ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งให้พิจารณาคดีของโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ ว่า เหตุผลที่อ้างในคำร้องแม้จะฟังเป็นความจริง ก็ยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ วรรคสอง จึงให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องของโจทก์ ดังปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๑ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ และวินิจฉัยว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่โดยอ้างว่าโจทก์เข้าใจวันนัดสืบพยานโจทก์คลาดเคลื่อนผิดวันไป หากเป็นความจริงก็พอถือได้ว่ามีเหตุผลสมควรที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของโจทก์ แล้วมีคำสั่งในเรื่องนี้ต่อไปตามรูปคดี โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นข้ออื่น มีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยแล้วว่าถึงแม้คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์จะใช้แบบพิมพ์คำร้องเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ก็ไม่ขัดต่อกฎหมายถึงขนาดที่จะรับไว้พิจารณาไม่ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์ร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่โดยอ้างเหตุผลว่าโจทก์เข้าใจวันนัดคลาดเคลื่อนเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอุทธรณ์นั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๑ ศาลได้กำหนดให้สืบพยานโจทก์ แต่โจทก์ไม่ได้มาศาล และในวันดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๑ โจทก์เห็นว่าคำสั่งศาลชั้นต้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ จึงขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นและยกคดีของโจทก์พิจารณาต่อไป อุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้เถียงคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ ที่ให้งดไต่สวนและให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีของโจทก์ต่อไปว่าไม่ถูกต้องแต่ประการใด คำสั่งของศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๑ จึงถึงที่สุดแล้วโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นยกฟ้องของโจทก์เป็นการชอบหรือไม่นั้น เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๒๑๕ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3368/2532 นายสมบัติ จันทศิลา กับพวก โจทก์ จ่าสิบตรีสมพงษ์ ภู่ท่วม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบัติ จันทศิลา กับพวก · จำเลย - จ่าสิบตรีสมพงษ์ ภู่ท่วม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายภิญโญ แสงภู่ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา ชนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา