⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3398/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3398/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอถอนฟ้องโดยมีเจตนาเพื่อฉวยโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องในการดำเนินคดีและนำคดีมาฟ้องใหม่ ย่อมทำให้จำเลยเสียเปรียบ ศาลมีอำนาจไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขอถอนฟ้องเพราะเห็นว่าดวงตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจและในสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ถูกต้องตามที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ การขอถอนฟ้องจึงมิได้เป็นไปโดยสุจริตแต่เพื่อฉวยโอกาสปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องในการดำเนินคดีที่ทำไปแล้วและนำคดีมาฟ้องจำเลยใหม่อีก ซึ่งย่อมจะทำให้จำเลยเสียเปรียบชอบที่ศาลจะไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีสืบเนื่องจากการที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเงินจำนวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยหลังจากจำเลยยื่นคำให้การและศาลชั้นต้นชี้สองสถานเสร็จแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จำเลยคัดค้านว่าโจทก์ถอนฟ้องเพื่อจะนำคดีมาฟ้องใหม่ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดียังไม่ได้เริ่มต้นสืบพยาน จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีมาตั้งแต่ต้นว่าหนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์เพราะไม่ได้ประทับตราสำคัญของโจทก์ ดวงตราที่ประทับไว้ในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีและสัญญาประนีประนอมยอมความ มิใช่ดวงตราของโจทก์ตามที่ได้จดทะเบียนไว้กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีนายสำเนียงจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นก็กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ตราประทับในหนังสือมอบอำนาจและสัญญาประนีประนอมยอมความท้ายฟ้อง ปลอมหรือไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่จะเห็นได้ว่าประเด็นที่ว่าตราประทับในหนังสือมอบอำนาจ และสัญญาประนีประนอมยอมความปลอมหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้อันมีผลโดยตรงต่อคดีของโจทก์ เมื่อโจทก์ได้เห็นคำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรบุรีมอเตอร์ และคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่จำเลยขอให้ศาลหมายเรียกมาซึ่งมีตราของบริษัทโจทก์อยู่ด้วย โดยศาลชั้นต้นได้รับเอกสารเมื่อวันที่๔ ธันวาคม ๒๕๒๙ แล้วต่อมาวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๙ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องโดยระบุเหตุผลว่า โจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับจำเลยกรณีจึงเป็นไปได้ตามที่จำเลยแถลงคัดค้านว่า โจทก์ขอถอนฟ้องเพราะเห็นว่าดวงตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจ และในสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ถูกต้องตามที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ ซึ่งกรณีเช่นนี้ การขอถอนฟ้องของโจทก์จึงมิได้เป็นไปโดยสุจริต น่าเชื่อว่าขอถอนฟ้องเพื่อฉวยโอกาสปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องในการดำเนินคดีของตนที่ทำไปแล้วและนำคดีมาฟ้องจำเลยใหม่อีก ซึ่งย่อมจะทำให้จำเลยเสียเปรียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๕ วรรคสองที่บัญญัติว่า "ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่ออนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องได้ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้" นั้น หมายความว่า ให้ศาลพิจารณาถึงความสุจริตของโจทก์ในการดำเนินกระบวนพิจารณาประกอบด้วย หากปรากฏแต่ศาลว่าการที่โจทก์ขออนุญาตถอนฟ้องอาจจะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการดำเนินคดีแล้ว ศาลก็ชอบที่จะไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง เช่นนี้ การที่ศาลล่างทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้นั้นยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3398/2532 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรบุรีมอเตอร์ โจทก์ นายสุรพงษ์ ธนสมบูรณ์กิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรบุรีมอเตอร์ · จำเลย - นายสุรพงษ์ ธนสมบูรณ์กิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · ศิลปชัย มัทธุรศ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3915/2534ฎีกา 6909/2543ฎีกา 1152/2538ฎีกา 575/2524ฎีกา 1020/2545ฎีกา 2891/2537ฎีกา 516/2486ฎีกา 2132/2538ฎีกา 679/2506ฎีกา 728/2548ฎีกา 4003/2529ฎีกา 2420/2521ฎีกา 2077/2539ฎีกา 952-953/2490ฎีกา 1085/2491ฎีกา 1057/2506ฎีกา 526/2528ฎีกา 1677/2540ฎีกา 469/2546ฎีกา 1528/2519ฎีกา 2930/2544ฎีกา 536-560/2491ฎีกา 996/2549ฎีกา 1852/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา