คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีความผิดเกี่ยวกับเช็ค โจทก์ไม่จำเป็นต้องสืบพยานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลย แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในคดีความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็คซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี โจทก์ไม่จำต้องสืบพยานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลย แม้เป็นกรณีที่จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของความผิดก็ต้องรับฟังเป็นยุติดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ รวม ๔ กระทง
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ ให้เรียงกระทงลงโทษ ความผิดสามกระทงแรก จำคุกกระทงละ ๑๐ เดือน กระทงที่สี่จำคุก ๑ ปี รวมวางโทษจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษสำหรับความผิดสามกระทงแรกให้จำคุกกระทงละ ๑๐ เดือน กระทงที่สี่จำคุก ๑ ปี รวมเป็นจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน ลงโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน นั้น ขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑ วรรคสอง พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดสามกระทงแรกให้จำคุกกระทงละ ๑๐ เดือน ความผิดกระทงที่สี่ให้จำคุก ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ โทษในความผิดสามกระทงแรกจำคุกกระทงละ ๕ เดือน โทษกระทงที่ ๔ จำคุก ๖ เดือน รวมโทษทั้งสี่กระทงเป็นจำคุก ๒๑ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยฎีกาแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายสำหรับข้อเท็จจริงนั้น คดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี โจทก์ไม่จำต้องสืบพยานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง แม้จะเป็นกรณีที่จำเลยให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของความผิดก็ต้องรับฟังเป็นยุติดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินแก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าผู้เสียหายได้รับเช็คมาจากนางวรรณวรางค์ วรรณศิริจีรัง ซึ่งนำมาแลกเงินสดจากผู้เสียหาย เป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญจึงฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2532
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นางประไพ ชื่นมะนา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางประไพ ชื่นมะนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประเสริฐ บุญศรี · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายศิริ จามรมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายเพ็ง เพ็งนิติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา