⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 35/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 35/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่ทำไว้โดยชอบ สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และการที่ศาลนำคำให้การดังกล่าวมาประกอบการวินิจฉัย มิใช่การอ้างจำเลยมาเป็นพยานโจทก์ จึงไม่ขัดต่อบทบัญญัติเรื่องห้ามมิให้ศาลอ้างจำเลยมาเป็นพยานจำเลย

ย่อคำพิพากษา

คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่พนักงานสอบสวนทำไว้โดยชอบย่อมใช้เป็นหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 การที่ศาลนำเอาคำให้การชั้นสอบสวนที่โจทก์อ้างส่งมาประกอบการวินิจฉัยพยานจำเลย มิได้อาศัยแต่เพียงคำให้การในชั้นสอบสวนมาลงโทษจำเลยกรณีถือไม่ได้ว่าเป็นการอ้างจำเลยมาเป็นพยานโจทก์ ดังนี้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.232

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยรับซื้อของกลางทั้งหมดไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ และเป็นการกระทำเพื่อค้ากำไรส่วนโทษที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยเป็นโทษขั้นต่ำที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว และไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย แต่ที่ศาลชั้นต้นมิได้ระบุว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคใดนั้น เห็นสมควรระบุให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนไว้โดยชอบ ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 คดีนี้โจทก์ได้อ้างสรรพเอกสารในสำนวนการสอบสวนไว้ในบัญชีพยานแล้ว ในระหว่างพิจารณาโจทก์ก็ได้ส่งบันทึกคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนต่อศาล ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์เพียงแต่นำเอาคำให้การดังกล่าวมาประกอบการวินิจฉัยพยานจำเลย เพื่อแสดงให้เห็นว่าคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาแตกต่างกับคำให้การในชั้นสอบสวนเท่านั้น ศาลอุทธรณ์หาได้อาศัยแต่เพียงคำให้การในชั้นสอบสวนมาลงโทษจำเลยแต่อย่างใดไม่ กรณีถือไม่ได้ว่าเป็นการอ้างจำเลยเป็นพยานของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232 ดังที่จำเลยฎีกา...แต่พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีที่จำเลยรับซื้อปลาหมึกของกลางไว้ในราคาถูกก็เพื่อขายให้แก่นักเรียนในโรงเรียนของจำเลยเท่านั้น ทั้งจำเลยสำเร็จการศึกษาครุศาสตร์บัณฑิต มีอาชีพเป็นครู และเป็นผู้จัดการโรงเรียนสำราญวิทยา ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 35/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ นาง มธุรสหรือติ๋ม แก้ว ประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ · จำเลย - นาง มธุรสหรือติ๋ม แก้ว ประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ศักดิ์ สนองชาติ · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 880/2502ฎีกา 4979/2541ฎีกา 1845/2537ฎีกา 1554/2521ฎีกา 6651/2538ฎีกา 6541/2544ฎีกา 8272/2553ฎีกา 1700/2548ฎีกา 4048/2528ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11720/2555ฎีกา 243/2509ฎีกา 2670/2521ฎีกา 2724/2519ฎีกา 15274/2553ฎีกา 767/2536ฎีกา 6969/2540ฎีกา 11742/2553ฎีกา 540/2504ฎีกา 4147/2542ฎีกา 352/2546ฎีกา 4930/2538ฎีกา 2878/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ