⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3600/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3600/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายหลายบทซึ่งมีเจตนาเดียวกันและเป็นการกระทำต่อทรัพย์สินอย่างเดียวกัน ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่หนักที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

การผลิตและการขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต กับการผลิตและการขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานั้น จำเลยกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันและยาแผนโบราณเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวกัน แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นบทหนัก คำฟ้องของโจทก์มุ่งประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง กับฐานผลิตและขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาอีกกระทงหนึ่ง คำฟ้องดังกล่าวมิได้แยกการกระทำเป็นการผลิตกรรมหนึ่งและเป็นการขายอีกกรรมหนึ่งดังที่โจทก์ฎีกา จึงเป็นฎีกาที่ขอให้ลงโทษจำเลยนอกเหนือไปจากคำฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.46 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.72 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.111 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.122

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๔๖, ๗๒(๔), ๑๑๑, ๑๒๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑ (ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา ๙๑) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยพ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๔๖, ๗๒(๔), ๑๑๑, ๑๒๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา ๙๑) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานผลิตยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงลงโทษจำเลยที่ ๑ปรับ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ จำคุก ๑ เดือน และปรับ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ให้รอไว้มีกำหนด ๒ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาฐานขายและข้อหาฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาฐานขายและข้อหาฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณเป็นการชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า คำว่า "ขาย" ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ หมายความรวมถึง จำหน่ายจ่ายแจกหรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ในการค้าและมีไว้เพื่อขาย การทีโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกับร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ย่อมเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต กับร่วมกันขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานั่นเอง เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้องข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกับร่วมกันขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นว่า การผลิตและการขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต กับการผลิตและการขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานั้น จำเลยทั้งสองกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันและยาแผนโบราณเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียวกัน แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยแยกการกระทำเป็นการผลิตกรรมหนึ่งและเป็นการขายอีกกรรมหนึ่งนั้น เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องข้อ ก.ระบุว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตและขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต และฟ้องข้อ ข.ระบุว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตและขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณในฟ้องข้อ ก. อันเป็นยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เห็นได้ชัดเจนว่า คำฟ้องของโจทก์มุ่งประสงค์ให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง กับฐานร่วมกันผลิตและขายยาแผนโบราณดังกล่าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาอีกกระทงหนึ่งโดยคำฟ้องดังกล่าวมิได้แยกการกระทำเป็นการผลิตกรรมหนึ่งและเป็นการขายอีกกรรมหนึ่งดังที่โจทก์ฎีกา ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นฎีกาที่ขอให้ศาลลงโทษจำเลยนอกเหนือไปจากคำฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3600/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามสมุนไพร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามสมุนไพร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายสุทิน ปัทมราชวิเชียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 8833/2554ฎีกา 2108/2536ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา