⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3642/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3642/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บริษัทนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งสาขาในประเทศไทย จะไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย และไม่สามารถถูกฟ้องคดีในศาลไทยได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในประเทศไทย จำเลยที่ 2และที่ 3 จดทะเบียนเป็นบริษัทอยู่ในต่างประเทศ โจทก์ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยที่ 2 แม้จำเลยที่ 2 จะถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจำเลยที่ 1 ก็หาทำให้บริษัทจำเลยที่ 1 เป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 ไม่ จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิใช่บุคคลคนเดียวกัน ทั้งจำเลยที่ 2และที่ 3 ก็มิได้จดทะเบียนให้จำเลยที่ 1 เป็นสำนักงานสาขาของของตนในประเทศไทย ดังนี้โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้สำหรับจำเลยที่ 1 นั้นเมื่อไม่ได้เป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2และที่ 3 ทั้งมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ และไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการอยู่ต่างประเทศ โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1ไม่ได้เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.68 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.91 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.824

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายฐานผิดสัญญาซื้อขายจำนวน 60,656,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามรวมกันชำระเงินค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 60,589,128 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายซึ่งคู่กรณีโต้เถียงกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามฐานผิดสัญญาซื้อขายสินค้าเอทีลีนและขอบังคับให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ ปรากฏข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามต่างมีฐานะเป็นนิติบุคคลโดยจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในประเทศไทย ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศโดยจดทะเบียนเป็นบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทจำเลยที่ 2 ถือหุ้นอยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 ประมาณ 97.93 เปอร์เซ็นต์ การทำนิติกรรมซื้อขายสินค้าเอทีลีน อันเป็นมูลกรณีพิพาทกันในคดีนี้ ผู้เป็นคู่สัญญาคือโจทก์ และจำเลยที่ 2 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.4 ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 3 หาได้ร่วมลงชื่อเป็นคู่สัญญาด้วยไม่ แต่สาเหตุที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2ผู้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ด้วยนั้น ก็เพราะโจทก์ถือว่าจำเลยที่ 2เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของจำเลยที่ 3 และเนื่องจากจำเลยที่ 2เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 จึงทำให้จำเลยที่ 1อยู่ในฐานะเสมือนเป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 และที่ 3ในประเทศไทย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในประเทศไทยได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจำเลยฎีกาโต้แย้งในข้อกฎหมายว่า โจทก์หามีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยทั้งสามได้ไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 อันอาจมีผลให้การบริหารงานและดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจของจำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวก็ตาม พฤติการณ์เช่นนี้ก็หาทำให้บริษัทจำเลยที่ 1 แปรสภาพกลายเป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 ไปไม่ เพราะในทางนิตินัยกฎหมายบัญญัติให้ผู้ถือหุ้นกับนิติบุคคลนั้นแยกออกต่างหากจากกัน เมื่อเป็นดังนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงมิใช่เป็นบุคคลคนเดียวกัน ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 หรือที่ 3 ได้จดทะเบียนให้จำเลยที่ 1มีฐานะเป็นสำนักงานสาขาของตนในประเทศไทย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศให้ต้องรับผิดในกรณีเช่นนี้ได้ และเมื่อฟังว่าจำเลยที่ 1 มิใช่เป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ดังกล่าวแล้ว ทั้งมิได้เป็นคู่สัญญาที่พิพาทกันในคดีนี้ และยังได้ความจากนายมังกร เกรียงวัฒนาพยานโจทก์ด้วยว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3ไม่ได้มีหนังสือแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 เพียงแต่ช่วยติดต่อให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ทำสัญญาซื้อขายกันโดยจำเลยที่ 1 ได้นำสัญญาซึ่งจำเลยที่ 2 ลงชื่อก่อนแล้วไปให้โจทก์เพื่อให้โจทก์ลงนามจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 1เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการอยู่ต่างประเทศที่ได้ทำสัญญาแทนตัวการ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ได้เช่นกัน" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3642/2532 บริษัท อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีคัล ไทย จำกัด โจทก์ บริษัท ฟิลิปป์ บราเธอรัส ( ไทย ) จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีคัล ไทย จำกัด · จำเลย - บริษัท ฟิลิปป์ บราเธอรัส ( ไทย ) จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ