⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3704-3705/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3704-3705/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กำหนดเวลาในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามกฎหมายล้มละลายเป็นเดดไลน์ที่เจ้าหนี้ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และไม่สามารถยื่นคำขอได้เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวไปแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหนี้จะรู้หรือไม่รู้กำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ เจ้าหนีก็จะยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ตามที่มาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ บัญญัติไว้ไม่ได้ และจะมีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาตามมาตราดังกล่าว ผู้ร้องฎีกาว่า กำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่ใช่อายุความ เป็นเพียงระยะเวลาย่อม ย่น และขยายได้ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความเหตุใดที่กำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่เป็นอายุความ แต่เป็นกำหนดระยะเวลา ผู้ร้องไม่ได้ยกเหตุผลขึ้นประกอบข้ออ้าง ฎีกาของผู้ร้องจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.42 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลฎีกามีคำสั่งให้รวมพิจารณาและเพื่อสะดวกในการพิพากษาให้เรียกนายสงวน ฐิติธนานุกิจ ผู้ร้องในสำนวนแรกว่าผู้ร้องที่ ๑ นายพรเลิศ ฤทธิ์ประคองเชาว์ ผู้ร้องในสำนวนหลังว่าผู้ร้องที่ ๒ ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ยื่นคำร้องมีใจความทำนองเดียวกันว่าผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและยังไม่ได้รับชำระหนี้ ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ เพิ่งทราบว่าจำเลยถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย จึงได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อขอขยายระยะเวลาการขอรับชำระหนี้และยื่นคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้ยกคำร้องและคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ไม่เห็นด้วยเพราะตามกฎหมายล้มละลายนั้นจะต้องไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยเพื่อให้ลูกหนี้แจ้งว่ามีใครเป็นเจ้าหนี้บ้าง แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบเพื่อเจ้าหนี้จะได้มาขอรับชำระหนี้ ส่วนเรื่องที่ให้มีการประกาศและกำหนดระยะเวลานั้นเป็นกรณีให้มีขั้นตอนการเริ่มต้นและสิ้นสุดเท่านั้น ไม่ใช่ทำให้หมดสิทธิในการขอรับชำระหนี้ไป การเข้ามาช้าเพียงแต่หมดสิทธิในทรัพย์ที่มีการเฉลี่ยไปแล้วเท่านั้น ขอให้ศาลไต่สวนและสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ไว้ดำเนินการต่อไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทั้งสองสำนวนยื่นคำคัดค้านมีใจความอย่างเดียวกันว่า กำหนดระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๙๑ เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอายุความ จึงไม่อาจขยายได้การอ้างว่าไม่ทราบคำสั่งดังกล่าวเท่ากับเป็นการขยายเวลาขอรับชำระหนี้ออกไปซึ่งบรรดาเจ้าหนี้อื่นและจำเลยย่อมไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้ทำได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้แต่งทนายความแก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกาว่าพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ไม่ได้เขียนบังคับว่าเมื่อพ้นกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้แล้ว ถ้าเจ้าหนี้ไม่รู้ จะห้ามขาดมิให้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลายก็ไม่ได้มีบทบัญญัติรับรองว่าเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว ให้เจ้าหนี้ที่ไม่ทราบถึงกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ได้ ดังนั้นเจ้าหนี้จะรู้หรือไม่รู้กำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็จะยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ตามที่มาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓บัญญัติไว้ไม่ได้ ข้อที่ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกาอีกว่า คดียังไม่มีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย จึงไม่เป็นเหตุให้เจ้าหนี้หมดสิทธิในการขอรับชำระหนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในการขอรับชำระหนี้กฎหมายหาได้บัญญัติไว้ดังที่ผู้ร้องฎีกาไม่ ฉะนั้นจะมีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ส่วนที่ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ยกขึ้นฎีกาเป็นข้อสุดท้ายว่ากำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่ใช่อายุความ เป็นเพียงระยะเวลาย่อมย่นและขยายได้ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเหตุใดที่กำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่เป็นอายุความ แต่เป็นกำหนดระยะเวลาที่ย่นและขยายตามกฎหมายวิธีพิจารณาความได้ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้ยกเหตุผลขึ้นประกอบข้ออ้างของผู้ร้องทั้งสอง ฎีกาของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาคดีมาชอบแล้วฎีกาของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แก้ฎีกาเอง จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3704 - 3705/2532 นาย สม ชาย จิระวัฒนชัย. นาย ส งวน ฐิติธนานุกิจ. นาย บักเ ผ้ว แซ่อิ้ว. นาย สม ชาย จิระวัฒนชัย. นาย พรเ ลิศ ฤทธิ์ประคองเชาว์. นาย บักเ ผ้ว แซ่อิ้ว.

รายละเอียดคดี

คู่ความชาย จิระวัฒนชัย. - นาย สม · งวน ฐิติธนานุกิจ. - นาย ส · ผ้ว แซ่อิ้ว. - นาย บักเ · ชาย จิระวัฒนชัย. - นาย สม · ลิศ ฤทธิ์ประคองเชาว์. - นาย พรเ · ผ้ว แซ่อิ้ว. - นาย บักเ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8080/2538ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 4851/2545ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1808/2512ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา