⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3728/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3728/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้ว การนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไปต้องแจ้งให้จำเลยทราบโดยชอบด้วยกฎหมาย หากจำเลยยังสามารถส่งหมายนัดให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาได้ การส่งหมายโดยวิธีอื่น เช่น การปิดประกาศ ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลให้เลื่อนการนัดสืบพยานโจทก์ไปหลังจากที่มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ก็ต้องแจ้งวันนัดให้จำเลยทราบเพื่อจะได้มาระวังประโยชน์ของตน เมื่อปรากฏว่าในชั้นส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องให้จำเลยนั้นเจ้าพนักงานเดินหมายรายงานว่าจำเลยไปทำธุรกิจในต่างจังหวัดแสดงว่าไม่ใช่กรณีที่ไม่สามารถส่งหมายนัดให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยได้ กรณีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะสั่งให้ส่งหมายนัดโดยวิธีอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นปิดประกาศที่หน้าศาลแทนการส่งหมายนัดให้จำเลยทราบโดยวิธีธรรมดา จึงเป็นการไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ทราบวันนัดของศาลแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่าย ใช้เงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยต่อโจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์กับผู้มีชื่อคบคิดกันฉ้อฉลจำเลย คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ เวลา ๑๓.๓๐นาฬิกา เมื่อถึงวันนัดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยไม่มาศาล และมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยาน ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และให้พิจารณาพิพากษาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ทนายโจทก์แถลงว่าติดใจสืบพยาน ให้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา และนัดฟังคำพิพากษาในวันเดียวกัน แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบโดยปิดประกาศไว้ที่หน้าศาล แต่เมื่อถึงวันนัด ทนายโจทก์ก็มาศาลแต่เพียงฝ่ายเดียและแถลงขอเลื่อนคดี เนื่องจากตัวโจทก์ติดการเรียนที่โรงเรียนเสนาธิการทหาร ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์วันที่๒๒ ธันวาคม ๒๕๒๙ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบโดยปิดประกาศที่หน้าศาลแทนการส่งหมาย เมื่อถึงวันนัดโจทก์มาศาลฝ่ายเดียวและนำพยานเข้าสืบจนเสร็จการพิจารณา ศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าในวันที่ ๗ พฤศจิกายน๒๕๒๙ ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยป่วยไม่สามารถมาศาล มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา การส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบโดยประกาศหน้าศาลไม่ชอบ จำเลยมีทางชนะคดีเพราะคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำขอของจำเลยแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้มีการพิจารณาใหม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาขอให้มีการพิจารณาใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันนัดสืบพยานจำเลย ตัวจำเลยไม่มาศาล ทั้งพยานอื่นก็ไม่ได้นำมา ทนายจำเลยอ้างว่าทนายจำเลยป่วยตั้งแต่วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ เป็นต้นมา เป็นเวลาติดต่อกัน ๒๐วัน แต่ไม่มีหลักฐานอันใดรับรองว่าทนายจำเลยป่วยจริงมาแสดงนอกจากคำเบิกความของทนายจำเลยแต่ผู้เดียวลอย ๆ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า นางสาวนวลนิจทนายจำเลยป่วยจนไม่สามารถมาศาลหรือขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานโจทก์ พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการไม่เอาใจใส่ในการดำเนินคดี จึงถือได้ว่าการขาดนัดพิจารณาของจำเลยเป็นไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นเพียงแต่แจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๒๙ ให้จำเลยทราบ โดยวิธีปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลถือว่าเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๗๙ วรรคแรก นั้นศาลฎีกาเห็นว่า แม้พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการไม่เอาใจใส่ในการดำเนินคดี และถือว่าการขาดนัดพิจารณาของจำเลยเป็นไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรดังที่วินิจฉัยมาแล้วข้างต้นก็ตาม การนัดสืบพยานโจทก์หลังจากวันที่จำเลยขาดนัดพิจารณาแล้ว ศาลชั้นต้นจะต้องออกหมายนัดไปให้จำเลยทราบ ทั้งนี้เพราะแม้จำเลยจะขาดนัดพิจารณาก็มิใช่ว่าศาลจะพิพากษาคดีให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะตามคำฟ้องโจทก์ยังมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีเป็นอย่างที่โจทก์ฟ้อง และแม้ว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จำเลยก็ยังมีสิทธิจะมาซักถามพยานโจทก์ ดังนั้นจึงต้องส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบ เพื่อจำเลยจะได้มาระวังประโยชน์ของตนและแม้ตามสำนวนปรากฏว่าการส่งหมายเรียกกับสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย ต้องส่งโดยวิธีปิดหมายก็ตาม แต่ก็ปรากฏตามรายงานของเจ้าพนักงานกรมบังคับคดีในการส่งหมายเรียกกับสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยว่า จำเลยไม่อยู่ไปทำกิจธุระในต่างจังหวัด ซึ่งแสดงว่ามิใช่กรณีที่ไม่สามารถส่งหมายนัดให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยได้ ดังที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗วรรคแรกตอนต้น ฉะนั้นกรณียังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะนำวิธีการอย่างอื่นมาใช้แทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาดังที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๙ วรรคแรกตอนท้ายได้ ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ปิดประกาศที่หน้าศาลแทนการส่งหมายนัดให้จำเลยทราบโดยวิธีธรรมดาจึงเป็นการมิชอบ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ทราบวันนัดของศาลแล้วที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้องของจำเลย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวใหม่ โดยส่งหมายนัดให้แก่จำเลยดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๔ ถึง ๗๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3728/2532 นาวาตรี ธนิต สุวรรณโชติ โจทก์ นายชัย นิติวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาวาตรี ธนิต สุวรรณโชติ · จำเลย - นายชัย นิติวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยรรยง ปานุราช · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัช มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 2181/2519ฎีกา 345/2520ฎีกา 3488/2545ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 10/2548ฎีกา 1395/2534ฎีกา 695/2485ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1546/2514ฎีกา 4041/2542ฎีกา 12445/2547ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 4473/2541ฎีกา 5098/2550ฎีกา 3794/2536ฎีกา 2051/2536ฎีกา 623/2506ฎีกา 5441/2546ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1592/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา