⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3997/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3997/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่ศาลพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง อันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรก ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ว่าคู่ความไม่ได้ยกขึ้นฎีกาศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องโดยกล่าวบรรยายฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4แต่เพียงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 83 พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชนพ.ศ. 2526 มาตรา 14, 15 จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267, 83 พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14, 15การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานแจ้งเจ้าพนักงานให้จดข้อความอันเป็นเท็จซึ่งเป็นบทหนักที่สุดลงโทษจำคุกคนละ 8 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาด้วยว่า จำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 4มีความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14, 15 นั้นเห็นว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3, ที่ 4 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย จึงเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรกปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ว่าคู่ความไม่ได้ยกขึ้นฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526มาตรา 14 จำคุก 8 เดือน จำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 เดือน จำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 4 จำคุกคนละ 3 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 4 ในความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14, 15 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3997/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงราย โจทก์ นาง ไชยละหรือลั้ง แซ่วู้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงราย · จำเลย - นาง ไชยละหรือลั้ง แซ่วู้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ