⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4105/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4105/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับให้แสดงกิริยาวาจาดูหมิ่นบุพการีอย่างร้ายแรง ถือเป็นการประพฤติเนรคุณอันเป็นเหตุให้ผู้ให้สามารถเรียกถอนคืนการให้ได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์พูดห้ามปรามมิให้จำเลยขายที่ดินที่โจทก์ยกให้ จำเลยชี้หน้าด่าโจทก์ด้วยเสียงอันดังว่า "อีเฒ่า หน้าด้าน อีเฒ่า หน้าหมาอีเฒ่า หมาแม่ ไม่นับถือว่ามึงเป็นแม่กูหรอกจะไปตายที่ไหนก็ไปกูบ่เลี้ยงมึงแล้ว กูจะขายมึงอยากได้ให้ไปฟ้องเอา" การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2) อันเป็นการประพฤติเนรคุณที่โจทก์จะเรียกถอนคืนการให้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยซึ่งเป็นบุตร ต่อมาจำเลยขับไล่ไม่เลี้ยงดูโจทก์ซึ่งชรามากแล้ว และหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงโดยด่าโจทก์ต่อหน้าธารกำนัล ทำให้โจทก์ได้รับความอับอาขายหน้าและเสียชื่อเสียง ขอให้เพิกถอนการให้ ส่งมอบที่ดินคืนกับจดทะเบียนโอนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของในที่ดินที่ยกให้ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยด่าว่าโจทก์ดังที่กล่าวในฟ้องโจทก์นำคดีมาฟ้องเพราะพี่ชายจำเลยซึ่งเป็นบุตรคนโตของโจทก์ยุแหย่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนคืนการให้ และให้จำเลยจดทะเบียนโอนใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์และส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีตัวโจทก์มาเบิกความว่า เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๒๘ เวลาประมาณ ๑๐ นาฬิกา โจทก์ไปที่บ้านจำเลยพูดห้ามปรามมิให้จำเลยขายที่ดินที่โจทก์ยกให้ จำเลยได้ชี้หน้าโจทก์และด่าโจทก์ด้วยเสียงอันดังว่า "อีเฒ่าหน้าด้าน อีเฒ่าหน้าหมาอีเฒ่าหมาแม่ ไม่นับถือว่ามึงเป็นแม่กูหรอก จะไปตายที่ไหนก็ไปกูบ่เลี้ยงมึงแล้ว กูจะขาย มึงอยากได้ให้ไปฟ้องเอา" ศาลฎีกาเห็นว่าถ้าจำเลยได้ชี้หน้าและด่าโจทก์ผู้เป็นมารดาด้วยถ้อยคำดังกล่าวจริงการกระทำของจำเลยก็ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑(๒) อันเป็นการประพฤติเนรคุณที่โจทก์จะเรียกถอนคืนการให้ที่ดินที่โจทก์ยกให้จำเลยได้ และวินิจฉัยข้อเท็จจริง เชื่อว่า โจทก์ไปพูดห้ามปรามมิให้จำเลยขายที่ดินที่โจทก์ยกให้จึงเกิดโต้เถียงกัน แล้วจำเลยชี้หน้าและด่าโจทก์ด้วยถ้อยคำดังที่ศาลฎีกายกขึ้นกล่าวในข้อนำสืบของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4105/2532 นางเที่ยง พงษ์ศิลา โจทก์ นางอำพร พงษ์ศิลา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเที่ยง พงษ์ศิลา · จำเลย - นางอำพร พงษ์ศิลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประเสริฐ เขียนนิลศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 1117/2493ฎีกา 737/2523ฎีกา 1728/2534ฎีกา 291/2522ฎีกา 7301/2559ฎีกา 6323/2552ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2980/2523ฎีกา 1365/2509ฎีกา 6250/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 31/2531ฎีกา 166/2496ฎีกา 966/2523ฎีกา 301/2524ฎีกา 375/2527ฎีกา 177/2492ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 10552/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา