⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4165/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4165/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ได้โอนสิทธิการรับเงินให้แก่บุคคลภายนอก และลูกหนี้ได้ยอมรับการโอนนั้นแล้ว ลูกหนี้ไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เดิมอีกต่อไป หากลูกหนี้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เดิมโดยสำคัญผิด ลูกหนี้มีสิทธิเรียกคืนทรัพย์สินที่ชำระไปได้

ย่อคำพิพากษา

ช. เจ้าหนี้โจทก์ได้โอนสิทธิการรับเงินค่าก่อสร้างให้ ก. และโจทก์ยอมรับว่าจะจ่ายให้ ก. แล้ว สิทธิการรับเงินของ ช. ย่อมหมดไป การที่โจทก์ส่งเงินดังกล่าวให้ศาลตามหมายอายัดเป็นความเข้าใจผิดของโจทก์ โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้ โจทก์ส่งเงินค่าก่อสร้างที่ยังค้างชำระแก่ศาลในคดีที่ ช. เจ้าหนี้เดิมถูกจำเลยฟ้องเพราะมีหมายอายัดมา โจทก์จึงเข้าใจว่าต้องส่งไปให้ศาลและศาลคงอายัดไม่ได้ส่งไปชำระหนี้ผู้ใด การที่จำเลยกับ ช. ประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมรับเงินที่โจทก์ส่งศาล จะถือว่าโจทก์กระทำตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 ไม่ได้ การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ามีสิทธิติดตามเอาเงินคืนจากจำเลยได้เป็นการใช้สิทธิติดตามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีอายุความบัญญัติห้ามไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.310 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.311 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.306 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.407 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยวิวัฒน์การช่างก่อสร้างอาคาร ในอัตราจ้างเหมายี่สิบล้านบาทเศษ การจ่ายค่าจ้างโจทก์จะจ่ายเป็นงวด ๆ ตามผลงานแต่ละงวด ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยวิวัฒน์การช่างทำหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างทั้งหมดให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด และโจทก์ยินยอมแล้ว ห้างหุ้นส่วนชัยวิวัฒน์การช่างได้ก่อสร้างอาคารเสร็จแล้วยังมีเงินที่โจทก์จะต้องจ่ายค่าจ้างเหมางวดสุดท้ายให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด เป็นเงิน ๑,๔๓๗,๘๓๔.๘๙ บาท ต่อมาศาลแพ่งมีหมายอายัดเงินค่าก่อสร้างดังกล่าว ห้ามมิให้โจทก์ชำระเงินแก่ห้างชัยวิวัฒน์การช่างรวม ๒ สำนวน โจทก์เชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องนำเงินตามที่ศาลแพ่งออกหมายอายัดมาวางต่อศาลแพ่งจึงนำส่งเงินทั้งหมดต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งได้แบ่งวางในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๘๐๕๑/๒๕๒๓ จำนวน ๑,๓๗๖,๔๖๔.๖ บาท และแบ่งวางไว้ในอีกสำนวนคดีหนึ่ง ๖๑,๓๖๙.๒๑ บาท ต่อมาจำเลยกับห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยวิวัฒน์การช่างได้ทำสัญญาประนีประนอมกันในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๘๐๕๑/๒๕๒๓ ให้จำเลยรับเงิน ๕๔๐,๐๐๐ บาทจากเงินที่ศาลแพ่งมีคำสั่งอายัดไว้ เงินเหลือเท่าใดตกเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยวิวัฒน์การช่างกับพวก และศาลแพ่งจ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยแล้ว ต่อมาธนาคารกรุงไทย จำกัด ทวงถามเงินค่าจ้างเหมาจากโจทก์ โจทก์จึงแจ้งให้ศาลแพ่งทราบว่าเงินที่โจทก์นำมวางศาลเป็นเงินที่จะต้องจ่ายให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด และได้รับเงินที่วางไว้ในอีกสำนวนคดีหนึ่งคืนจากศาลแพ่งแล้ว เงินที่จำเลยรับไปจากศาลแพ่งเป็นเงินส่วนหนึ่งที่ห้างหุ้นส่วนชัยวิวัฒน์การช่างโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด จำเลยจึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าว โจทก์ต้องจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องซ้ำอีก จึงมีสิทธิติดตามเอาเงินที่จำเลยรับไปคืนจากจำเลย ขอให้บังคับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๕๔๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยรับเงินดังกล่าวโดยสุจริต โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินดังกล่าวจากจำเลย โจทก์นำเงินมาวางต่อศาลแพ่งตามอำเภอใจโดยมิได้โต้แย้งหรือชี้แจงว่าเงินดังกล่าวได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องไปแล้ว เป็นเหตุให้จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกับห้างหุ้นส่วนชัยวิวัฒน์การช่าง ทำให้จำเลยสิ้นสิทธิดำเนินคดีดังกล่าวต่อไป จำเลยจึงไม่ต้องคืนให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายเพราะยังมิได้ชำระเงินให้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาว่า โจทก์จะเรียกเงิน ๕๔๐,๐๐๐ บาท ที่จำเลยรับไปในคดีหมายเลขดำที่ ๘๐๕๑/๒๕๓๒ ของศาลแพ่งคืนได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำนวนเงินดังกล่าวและเงินตามสัญญาก่อสร้างเอกสารหมาย จ.๑ ห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยวิวัฒน์การช่างคู่สัญญาก่อสร้างของโจทก์ได้โอนสิทธิการรับเงินค่าก่อสร้างให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด ตามเอกสารหมาย จ.๒ และโจทก์ได้ยอมรับว่าจะจ่ายให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด ตามเอกสารหมาย จ.๓ แล้ว ดังนั้นสิทธิเรียกร้องในการรับเงินของห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยวิวัฒน์การช่างย่อมหมดไปแล้ว การที่โจทก์ส่งเงินมาให้ตามหมายอายัดของศาลแพ่งเป็นความเข้าใจผิดของโจทก์ โจทก์มีสิทธิติดตามคืนได้ ที่จำเลยฎีกาว่าการส่งเงินไปยังศาลแพ่งของโจทก์เป็นการกระทำตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ จึงไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์คืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๐๗ นั้นเห็นว่า โจทก์ส่งเงินไปเพราะศาลแพ่งมีหมายอายัดมา โจทก์จึงเข้าใจว่าต้องส่งไปให้ศาลและศาลคงอายัดไม่ได้ส่งไปชำระหนี้แก่ผู้ใด จึงใช้บทมาตรา ๔๐๗ บังคับโจทก์ไม่ได้ ส่วนเรื่องอายุความนั้นจำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนในฐานะลาภมิควรได้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยมาตรา ๔๑๙ มีอายุความเพียง ๑ ปี นับแต่โจทก์รู้ คดีโจทก์จึงขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิติดตามเอาเงิน ๕๔๐,๐๐๐ บาท คืนจากจำเลยคดีนี้ได้ ซึ่งโจทก์บรรยายเช่นนี้เป็นการใช้สิทธิติดตามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ ซึ่งไม่มีอายุความบัญญัติห้ามไว้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4165/2532 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โจทก์ บริษัทนิวโก้ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ · จำเลย - บริษัทนิวโก้ (ประเทศไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจิระ บุญพจนสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3542/2545ฎีกา 1052/2509ฎีกา 6105/2531ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 56/2520ฎีกา 967/2491ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา