⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 588/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยคนหนึ่งนำเช็คที่จำเลยอื่นสั่งจ่ายผ่อนชำระหนี้แทนจำเลยอื่นด้วยชำระให้โจทก์ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงและมีผลผูกพันจำเลยอื่นด้วย. เมื่ออายุความสะดุดหยุดลงแล้ว ให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยร่วมกันสั่งซื้อและเป็นหนี้ค่าน้ำมันโจทก์ การที่จำเลยคนหนึ่งนำเช็คที่จำเลยอื่นสั่งจ่ายผ่อนชำระหนี้แทนจำเลยอื่นด้วยชำระให้โจทก์นั้น ถือได้ว่าเป็นการกระทำอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงเป็นการรับสภาพหนี้ เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ ย่อมมีผลผูกพันจำเลยอื่นด้วย เมื่ออายุความสะดุดหยุดลงแล้ว จึงเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องตามเช็คเป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๘๑ วรรคสอง ดังนั้นอายุความสองปี ครบในวันที่ ๑๓พฤศจิกายน ๒๕๒๖ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๖คดีจึงไม่ขาดอายุความ กรณีที่จำเลยยกอายุความขึ้นต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยได้ว่าจำเลยรับสภาพหนี้เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง และคดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ หาเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.181 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.295 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าซื้อน้ำมันหล่อลื่นจากโจทก์แล้วไม่ยอมชำระค่าน้ำมัน ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน๒๒๙,๖๓๒.๐๑ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ซื้อน้ำมันจากโจทก์ และไม่เคยรับน้ำมันจากโจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ซื้อน้ำมันจากโจทก์และไม่เคยรับน้ำมันและคดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๕ ให้การว่า จำเลยที่ ๕ ไม่เคยร่วมกันหรือแทนกันกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ขายผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยซื้อเงินเชื่อจากโจทก์ แล้วขายหาผลประโยชน์ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้สั่งจ่ายเช็คลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ และลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน๒๕๒๔ โดยให้จำเลยที่ ๕ นำมามอบแก่โจทก์เพื่อชำระหนี้นั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นการผ่อนชำระหนี้ค่าน้ำมันแทนจำเลยอื่นด้วยย่อมมีผลผูกพันจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ การกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกระทำอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัย ตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ จึงเป็นการรับสภาพหนี้ อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ เพราะวันนั้นเป็นวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องตามเช็คได้เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๘๑ วรรคสอง ดังนั้นอายุความ ๒ ปี ครบในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน๒๕๒๖ โจทก์ยื่นฟ้องวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ และศาลฎีกาเห็นว่า กรณีที่จำเลยยกอายุความขึ้นต่อสู้ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยได้ว่า จำเลยรับสภาพหนี้เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง และคดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ ไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ประเด็นต่อไปมีว่า จำเลยทั้งห้าจะต้องรับผิดตามฟ้องหรือไม่เพียงใดนั้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันซื้อน้ำมันจากโจทก์และค้างชำระจริงตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔มิได้ฎีกาและในคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งสี่มิได้โต้แย้งในประเด็นดังกล่าว ประเด็นนี้จึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีประเด็นเฉพาะตามคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ ๕ ว่า จำเลยที่ ๕ ไม่เคยร่วมกันหรือแทนกันกับจำเลยอื่นติดต่อขอซื้อน้ำมันเป็นเงินเชื่อจากโจทก์นั้นเห็นว่า นอกจากจำเลยที่ ๕ ได้ติดต่อกับโจทก์เพื่อสั่งซื้อน้ำมันร่วมกับจำเลยอื่นแล้ว ยังได้ความว่าจำเลยที่ ๕ ได้นำเช็ค ๒ ฉบับลงวันที่ ๓ และ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ ไปชำระค่าน้ำมันให้โจทก์ด้วยตามพฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงว่า จำเลยที่ ๕ ร่วมกับจำเลยอื่นซื้อน้ำมันจากโจทก์ และค้างชำระค่าน้ำมันอยู่จริงตามที่โจทก์ฟ้องแต่โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอลดจำนวนทุนทรัพย์ลง เพราะจำเลยที่ ๑โดยจำเลยที่ ๒ ได้เอาเช็คอีก ๑ ฉบับ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ให้โจทก์และโจทก์ได้รับเงินตามเช็คแล้ว เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๔จำเลยทั้งห้าคงค้างชำระหนี้ถึงวันฟ้อง ๒๐๖,๔๙๖.๐๗ บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๑๗๓,๙๐๗ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นคำแถลงรับของโจทก์ว่าได้รับชำระหนี้จากจำเลย ๒๐,๐๐๐ บาท ตามเช็คแล้ว ทำให้ยอดหนี้ลดลงไป ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าชำระหนี้ที่ค้างชำระได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์๒๐๖,๔๙๖.๓๗ บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๑๗๓,๙๐๗ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2532 บริษัท โมบิลออยล์ ไทยแลน ด์ จำกัด. ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยาม เอส แอนด์ พีการค ้า กับพวก.

รายละเอียดคดี

คู่ความด์ จำกัด. - บริษัท โมบิลออยล์ ไทยแลน · ้า กับพวก. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยาม เอส แอนด์ พีการค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1531/2526ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 4484/2536ฎีกา 3827/2542ฎีกา 497/2539ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา