⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 886/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาอ้างข้อกฎหมายที่นำไปสู่การวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกา ถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ แม้จำเลยจะฎีกาอ้างอิงข้อกฎหมายมาประกอบ แต่เป็นข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาที่ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกระทำความผิดกับจำเลยอื่นหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกาเช่นกัน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๙๑, ๘๓ จำเลยที่ ๒ ที่ ๕ และที่ ๖ หลบหนี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๕ และที่ ๖ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๗ และที่ ๘ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ วรรคหนึ่ง ให้จำคุกคนละ ๔ ปียกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกับบริษัทจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ไม่เกิน ๔ ปี คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๘ ที่จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ฎีกาว่า โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ไม่สามารถทำกำไรจนสามารถแบ่งปันผลกำไรให้แก่ผู้ร่วมลงทุนได้ถึงร้อยละ ๘ ต่อเดือนของเงินซึ่งนำมาลงทุน ทั้งจำเลยที่ ๓ ที่ ๔มิได้มีหน้าที่หาเงินจากประชาชนและมิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการทำสัญญาร่วมลงทุน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ ๑ นั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว และที่จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ฎีกาอ้างอิงข้อกฎหมายมาประกอบก็เป็นข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ มีเจตนาร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาเช่นเดียวกัน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2532 นาย พรศักดิ์ ผลปราช ญ์ กับพวก. บริษัท ชาร์เตอร์อินเตอร์เร็คชั่น จำกัด ที ่ 1 กับพวก.

รายละเอียดคดี

คู่ความญ์ กับพวก. - นาย พรศักดิ์ ผลปราช · ่ 1 กับพวก. - บริษัท ชาร์เตอร์อินเตอร์เร็คชั่น จำกัด ที
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4752/2545ฎีกา 5665/2538ฎีกา 4043/2528ฎีกา 2019/2548ฎีกา 11981/2553ฎีกา 4825/2553ฎีกา 4949/2540ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 7570/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1588/2479ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา