คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1014/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการสมาคมต้องจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง หากไม่จดทะเบียน ผู้ที่ได้รับเลือกใหม่จะยังไม่ใช่ผู้จัดการหรือผู้แทนของสมาคม และสมาชิกสมาคมไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดที่กระทำต่อสมาคม
ย่อคำพิพากษา
การเปลี่ยนตัวบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการสมาคม ต้องแจ้งแก่นายทะเบียนเพื่อจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้เปลี่ยนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1284 เมื่อผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมยังมิได้จดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงผู้ที่ได้รับเลือกดังกล่าวย่อมไม่ใช่ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของสมาคมซึ่งเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5(3) สมาชิกของสมาคมไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดที่กระทำต่อสมาคม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นสมาชิกของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นสมาคมและเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และได้รับเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้เป็นนายกสมาคมของโจทก์ที่ ๑ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ โจทก์ที่ ๒ ได้รับมอบดวงตราตำแหน่งนายกสมาคมโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๒ จึงมีอำนาจกระทำการในนามของโจทก์ที่ ๑ โดยการลงชื่อโจทก์ที่ ๒ และประทับตราดังกล่าว จำเลยเป็นเลขานุการของโจทก์ที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยซึ่งโจทก์ทั้งสองให้ควบคุมการเงินได้ทำเอกสารปลอม โดยไม่ทำหลักฐานการประชุมซึ่งแสดงว่าโจทก์ที่ ๑ มีกำไรให้สมาชิกรับทราบ และว่ากล่าวโจทก์ที่ ๒ ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ โจทก์ที่ ๒ จึงมีคำสั่งให้จำเลยพ้นจากหน้าที่ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ ต่อมาโจทก์ทั้งสองทราบและพบว่า จำเลยได้ยื่นหลักฐานต่อเจ้าพนักงานกองตำรวจสินติบาลมีตราประทับที่ไม่ใช่ดวงตราแท้จริงของโจทก์ที่ ๑ เจ้าพนักงานหลงเชื่อและรับจดทะเบียนตามเอกสารเท็จ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย และจำเลยยังได้ดูหมิ่นโจทก์ที่ ๒ ทำให้โจทก์ที่ ๒ ได้รับความเสียหายด้วย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๗, ๒๖๘,๓๒๖, ๓๒๘, ๙๐ และ ๙๑
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ บัญญัติว่า บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้ ฯลฯ
(๓) ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคล เฉพาะความผิดซึ่งกระทำลงแก่นิติบุคคลนั้น
และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๘๔ บัญญัติว่าการเปลี่ยนตัวบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายเป็นผู้จัดการสมาคมนั้นต้องแจ้งแก่นายทะเบียนเพื่อจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้เปลี่ยน ดังนี้ แม้โจทก์ที่ ๒ ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมของโจทก์ที่ ๑ แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้โจทก์ที่ ๒เป็นนายกสมาคมของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๒ จึงไม่ใช่ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคล และแม้โจทก์ที่ ๒ จะเป็นสมาชิกของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๒ ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ที่ ๑ ส่วนที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ที่ ๒ ฟ้องจำเลยเป็นความผิดต่อส่วนตัวด้วยนั้น เห็นว่า โจทก์ที่ ๒ ในฐานะสมาชิกสมาคมย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดที่กระทำต่อสมาคม โจทก์ที่ ๒จึงไม่มีอำนาจฟ้องเช่นเดียวกัน
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1014/2533
สมาคมศิษย์เก่ากงลี้จงซัน กับพวก โจทก์
นายยืนยง พฤกษ์บูรณ์โกศล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สมาคมศิษย์เก่ากงลี้จงซัน กับพวก · จำเลย - นายยืนยง พฤกษ์บูรณ์โกศล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง · มนู วงศ์แสงจันทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายทองสุก ปิงเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายสมมาตรา พรหมานุกูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา