⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1030/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1030/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การอุทธรณ์ต้องยกประเด็นข้อพิพาทที่ต้องการให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยขึ้นมาโดยชัดแจ้ง * คำพิพากษาคดีอาญาคดีหนึ่งไม่ผูกพันศาลที่จะต้องวินิจฉัยคดีอาญาอีกคดีหนึ่ง แม้จะมีข้อเท็จจริงบางส่วนเกี่ยวพันกัน * การกระทำความผิดของผู้เยาว์ที่แสดงถึงความรู้สึกผิดชอบเสมือนผู้ใหญ่ อาจเป็นเหตุให้ศาลใช้ดุลพินิจไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เพียงขอลดมาตราส่วนโทษโดยมิได้อุทธรณ์ในปัญหาที่ว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามฟ้อง ปัญหานี้จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยก็เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา การพิพากษาคดีอาญา หาได้มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่น ดังนั้นเมื่อ ว. ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร่วมกับจำเลยถูกฟ้องในคดีอื่น และศาลพิพากษายกฟ้องเพราะไม่มีประจักษ์พยาน จึงไม่ผูกพันศาลว่าจะต้องพิพากษายกฟ้องจำเลยในคดีนี้ด้วย แม้จำเลยจะกระทำผิดขณะมีอายุ 18 ปี แต่พฤติกรรมที่จำเลยร่วมกันวางแผนกระทำความผิดและดำเนินการตามแผนที่วางไว้ส่อแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกผิดชอบเสมือนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ศาลใช้ดุลพินิจไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.76

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๙๙, ๒๘๙ (๔) (๖) (๗), ๓๔๐ วรรคท้าย, ๓๔๐ ตรี, ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิและริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๓ คงพิจารณาเฉพาะจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง ให้เรียงกระทงลงโทษ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย ประกอบมาตรา ๓๔๐ ตรีให้ประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืนฯ ให้จำคุกคนละ ๒ ปี ฐานพาอาวุธปืนให้จำคุกคนละ ๑ ปี ฐานลอบฝังศพเพื่อปิดบังการตายฯ ให้จำคุกคนละ๑ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เป็นให้จำคุกตลอดชีวิต และจำคุก ๒ ปี เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก ๕๐ ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๕๒ ปี ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๕๐ ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นตอนเกิดเหตุมาสืบ จะนำเอาพยานแวดล้อมและคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยไม่สมัครใจและคำรับสารภาพในชั้นพิจารณามาฟังว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องหาได้ไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เพียงขอลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ โดยจำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์ในปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสองมิได้กระทำผิดตามฟ้องปัญหานี้จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยก็เป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยทั้งสองฎีกาต่อไปว่า นายวชิระหรือเต้น จำเลยที่ ๓ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งให้แยกฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่ง ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง เพราะไม่มีประจักษ์พยาน ควรยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ด้วยนั้น เห็นว่า ในการพิพากษาคดีอาญา หาได้มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่นฉะนั้น เมื่อนายวชิระหรือเต้นไม่ได้เป็นจำเลยในคดีเดียวกันกับจำเลยทั้งสองแล้ว การที่ศาลพิพากษายกฟ้องคดีนายวชิระหรือเต้นเพราะไม่มีประจักษ์พยาน จึงหาได้ผูกพันว่าศาลจะต้องพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ด้วยไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาข้อสุดท้ายว่า ขณะกระทำผิด จำเลยที่ ๑ ที่ ๒อายุ ๑๘ ปี ทั้งได้ให้การรับสารภาพตลอดมา ควรได้ลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ด้วย นั้น เห็นว่า แม้จำเลยทั้งสองจะกระทำความผิดในขณะที่มีอายุ ๑๘ ปี แต่พฤติกรรมที่จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตั้งแต่เริ่มแรกโดยร่วมกันวางแผนและดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เป็นพฤติกรรมอันส่อแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกผิดชอบเสมือนเป็นผู้ใหญ่แล้วที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่ลดมาตราส่วนโทษ ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1030/2533 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายนเรศหรือแขก กล่ำพูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นายนเรศหรือแขก กล่ำพูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายอร่าม เสนามนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา