⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1171/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อหาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาแจ้งความเท็จดังนั้น ข้อหาดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกรอกข้อความในกระดาษเปล่าที่มีลายมือชื่อโจทก์โดยจำเลยที่ ๑ กรอกข้อความว่า โจทก์รับฝากเงินจำเลยที่ ๑ จำนวน ๔๕,๕๐๐ บาท แล้วจำเลยที่ ๑ลงลายมือชื่อเป็นผู้ฝาก ส่วนจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ลงลายมือชื่อเป็นพยานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ แล้วจำเลยที่ ๑ นำเอกสารดังกล่าวไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสกลนครอันเป็นเท็จว่า โจทก์ยักยอกทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ โดยเจตนาเพื่อจะแกล้งโจทก์ให้ได้รับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๒๖๕ ให้วางโทษตามมาตรา ๒๖๕ จำเลยที่ ๒ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานแจ้งความเท็จจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาแจ้งความเท็จ โจทก์ฎีกาคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม๒๕๓๒ อันเป็นวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ มีผลใช้บังคับแล้ว ดังนั้นในข้อหาดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๑๓ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมนั้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ปลอมเอกสารสิทธิดังกล่าว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๒๖๕ ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2533 นางเพ็ญศรี สกนธวัฒน์ โจทก์ นายประยูร ร่มโพธิ์ชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเพ็ญศรี สกนธวัฒน์ · จำเลย - นายประยูร ร่มโพธิ์ชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายเอกชัย เหลี่ยมไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 1635/2493ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 5138/2537ฎีกา 4883/2541ฎีกา 3535/2528ฎีกา 1049/2539ฎีกา 581/2527ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 693/2526ฎีกา 4547/2530ฎีกา 15230/2555ฎีกา 3112/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา