⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1197/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่หลอกลวงผู้เสียหายว่าจะจัดหางานให้ โดยที่จำเลยไม่มีเจตนาและไม่สามารถจัดหางานให้ได้จริง เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ใช่ความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดหางานให้ผู้เสียหายซึ่ง เป็นคนหางานไปทำงานในประเทศ สิงคโปร์ โดย เรียกและรับค่าบริการ แต่ ในความผิดฐาน ฉ้อโกงโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองโดย ทุจริตร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายด้วย การแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริง ซึ่ง ควรบอกให้แจ้งว่ามีงานให้ทำและจำเลยทั้งสองจะจัดให้ผู้เสียหายทำงานที่ประเทศ สิงคโปร์ อันเป็นความเท็จ ซึ่ง ความจริงแล้วไม่มีงานให้ทำ จำเลยไม่มีเจตนาและไม่สามารถที่จะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศ สิงคโปร์ ได้ เพราะจำเลยทั้งสองมิได้รับอนุญาตให้จัดหางานเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยทั้งสองมิได้มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายแต่ อย่างใดจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างการจัดหางานเพื่อให้ได้ เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้นการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐาน จัดหางานโดย มิได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528ดัง โจทก์ฟ้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวศาลก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ เอง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.30 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.82

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยทั้งสองโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงนายกองเหรียญชันชัยภูมิ กับพวกซึ่งเป็นผู้เสียหายรวม 6 คน ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่ามีงานให้ทำและจำเลยทั้งสองจะจัดให้ผู้เสียหายทั้งหกทำงานที่ประเทศสิงคโปร์มีรายได้ดี อันเป็นเท็จ ซึ่งความจริงแล้วไม่มีงานให้ทำ จำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาและไม่สามารถที่จะส่งผู้เสียหายทั้งหกไปทำงานประเทศสิงคโปร์ได้ เพราะจำเลยทั้งสองมิได้รับอนุญาตให้จัดหางานเพื่อส่งคนงานไปทำงานประเทศสิงคโปร์ จำเลยทั้งสองมีเจตนาฉ้อโกงทรัพย์ผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จากการหลอกลวงดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งหกหลงเชื่อ มอบเงินรวมเป็นเงินทั้งหมด 86,000 บาทให้แก่จำเลยทั้งสองไป และจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันจัดหางานให้ผู้เสียหายทั้งหกซึ่งเป็นคนหางานไปทำงานในประเทศสิงคโปร์โดยจำเลยทั้งสองเรียกและรับค่าบริการจากผู้เสียหายทั้งหกนี้ โดยจำเลยทั้งสองไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 30, 82 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงิน แก่ผู้เสียหายทั้งหก จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30วรรคหนึ่ง, 82 จำคุกคนละ 3 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานตามฟ้องหรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดหางานให้ผู้เสียหายทั้งหกซึ่งเป็นคนหางานไปทำงานในประเทศสิงคโปร์โดยเรียกและรับค่าบริการแต่ในความผิดฐานฉ้อโกง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายทั้งหกด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่ามีงานให้ทำ และจำเลยทั้งสองจะจัดให้ผู้เสียหายทั้งหกทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ อันเป็นความเท็จซึ่งความจริงแล้วไม่มีงานให้ทำ จำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาและไม่สามารถที่จะส่งผู้เสียหายทั้งหกไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ได้เพราะจำเลยทั้งสองมิได้รับอนุญาตให้จัดหางาน จำเลยทั้งสองมีเจตนาฉ้อโกงทรัพย์ของผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จากการหลอกลวงดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งหกหลงเชื่อมอบเงินแก่จำเลยทั้งสองไป เช่นนี้ แสดงว่าจำเลยทั้งสองมิได้มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายทั้งหกแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างการจัดหางานเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายทั้งหกเท่านั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2528 ดังโจทก์ฟ้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าว ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองต่อไป..." พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด ชัยภูมิ โจทก์ นาย กอง สิน คำ สอน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชัยภูมิ · จำเลย - นาย กอง สิน คำ สอน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6196/2534ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7201/2568ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ