⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1987/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1987/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ตรี ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นต้องบันทึกความเห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ และบันทึกยืนยันว่าอนุญาตให้อุทธรณ์ได้ การสั่งเพียงว่า "อนุญาตให้อุทธรณ์" ไม่ถือว่าเป็นการอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นผู้มีอำนาจที่จะอนุญาตให้คดีขึ้นสู่ การพิจารณาของศาลสูง จะต้อง บันทึกข้อความลงไว้ให้ครบหลักเกณฑ์ ทั้งสองประการตาม ที่มีกำหนดไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 193 ตรี โดย ชัดเจนคือ จะต้อง บันทึกความเห็นของตน ให้ได้ความว่า ข้อความที่ตัดสินไปเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ประการหนึ่งและอีกประการหนึ่งจะต้อง บันทึกยืนยันด้วย ว่าตน อนุญาตให้อุทธรณ์ได้ การที่สั่งว่า"อนุญาตให้อุทธรณ์" เพียงเท่านี้ ยังถือ ไม่ ได้ว่ามีการอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโดย ชอบด้วย กฎหมาย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83,91 ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 14891/2529 ของศาลแขวงพระนครใต้ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืน หรือใช้เงิน 2,000,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ในระหว่างพิจารณาผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โจทก์ร่วมอุทธรณ์ทั้งสองข้อหา ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อนุญาตให้อุทธรณ์ ถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ส่วนข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาโจทก์ร่วมแต่เพียงว่า การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้น มีคำสั่งคำร้องของโจทก์ร่วมที่ขอให้อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงในความผิดฐานฉ้อโกงว่า "อนุญาตให้อุทธรณ์" นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา193 ตรี บัญญัติว่า "ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 193 ทวิถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้อุทธรณ์...ก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป" จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวแสดงว่า ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นผู้มีอำนาจที่จะอนุญาตให้คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลสูงนั้น จะต้องบันทึกข้อความลงไว้ให้ครบหลักเกณฑ์ทั้งสองประการตามที่มีกำหนดไว้ในกฎหมายโดยชัดเจน คือจะต้องบันทึกความเห็นของตนให้ได้ความว่า ข้อความที่ตัดสินไปเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งจะต้องบันทึกยืนยันด้วยว่าตนอนุญาตให้อุทธรณ์ได้ ดังนั้น การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของโจทก์ร่วมว่า "อนุญาตให้อุทธรณ์" เพียงเท่านี้ ยังถือไม่ได้ว่ามีการอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโดยชอบด้วยกฎหมาย..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1987/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย เกียรติ รัก สุจริต โจทก์ บริษัท อินเตอร์เวิลด์พัฒน กิจ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย เกียรติ รัก สุจริต · จำเลย - บริษัท อินเตอร์เวิลด์พัฒน กิจ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · วัชรินทร์ รักขพันธ์ · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ