⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2030/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2030/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพชั้นสอบสวนจะลงโทษจำเลยได้ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานอื่นประกอบคำรับสารภาพนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการปลอมเลขหมายประจำเครื่องยนต์ และเลขหมายประจำตัวถังของรถจักรยานยนต์ของกลางโจทก์มีแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาแสดงต่อศาลเท่านั้น จะนำมาฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ เป็นการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์หาได้หยิบยกเอาเฉพาะแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาวินิจฉัยเท่านั้น แต่ยังนำพยานหลักฐานอื่นมาประกอบคำวินิจฉัยด้วยว่าจำเลยได้กระทำความผิดดังฟ้องจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสอง อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ และคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔ วรรคแรก จำคุก ๒ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือนคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ๔ เดือน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาโดยอ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีนี้ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานโจทก์ปากใดรู้เห็นการปลอมแปลงขูดลบแก้ไขเลขหมายประจำเครื่องยนต์และเลขหมายประจำตัวถังขอรถจักรยานยนต์ของกลาง โดยโจทก์มีแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยตามเอกสารหมาย ปจ.๕ มาสืบแสดงต่อศาลเท่านั้น ซึ่งคำรับสารภาพดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่า ไม่มีน้ำหนัก จะนำมาฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองนำเอาคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนมาฟังลงโทษจำเลย จึงเป็นการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น ศาลฎีกาได้ตรวจดูข้อนำสืบของโจทก์จำเลยและข้อวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองโดยตลอดแล้วเห็นว่าศาลล่างทั้งสองหาได้หยิบยกเอาเฉพาะแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยตามเอกสารหมาย ปจ.๕ มาวินิจฉัยคดีนี้ดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ แต่ยังได้นำพยานหลักฐานอื่นที่โจทก์นำสืบอาทิ คำเบิกความของผู้เสียหาย มาประกอบการวินิจฉัยด้วยว่าจำเลยได้กระทำความผิดดังโจทก์ฟ้องจริง เมื่อเป็นเช่นนี้ฎีกาของจำเลยแท้จริงจึงเป็นเรื่องที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2030/2533 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดอำนาจเจริญ โจทก์ นายสมร ผงจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดอำนาจเจริญ · จำเลย - นายสมร ผงจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สิงหลกะ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำลอง สุขศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายเรวัตร สกุลคล้อย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 540/2485ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 15230/2555ฎีกา 3107/2533ฎีกา 3361/2536ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511ฎีกา 637/2481ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 5844/2552ฎีกา 4018/2542ฎีกา 6828/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา