⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2147/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2147/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นเพียงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์เด็ดขาดที่จะทำให้พยานหลักฐานอื่นรับฟังไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

ผลการตรวจพิสูจน์ว่าขนอวัยวะเพศซึ่งตรวจพบที่ช่องคลอดผู้เสียหายไม่ใช่ขนอวัยวะเพศของจำเลยนั้น เป็นเพียงความเห็นของผู้ทำการตรวจพิสูจน์หลักฐานเท่านั้น ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ถึงกับจะทำให้คำเบิกความพยานโจทก์รับฟังไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องอขให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525 มาตรา 3 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางวิมล บัวแก้ว มารดาเด็กหญิงพิศมัยผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 274 วรรคสอง ให้จำคุก 3 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ความว่าในวันเกิดเหตุผู้เสียหายไปดูโทรทัศน์ที่บ้านจำเลยต่อมาโจทก์ร่วมซึ่งเป็นมารดาได้มาตามให้ผู้เสียหายกลับไปบ้านคดีมีปัญหาวินิจฉัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ผู้เสียหายเบิกความว่าระหว่างดูโทรทัศน์อยู่นั้น ผู้เสียหายได้หลับไปได้สักครู่ จึงตื่นขึ้นเนื่องจากถูกจำเลยสะกิดที่เอว จำเลยถอดกางเกงที่ผู้เสียหายสวมใส่อยู่โดยเอาขาออกข้างหนึ่งแล้วจำเลยนั่งคร่อมผู้เสียหายไว้และถอดกางเกงของจำเลย ใช้มือจับอวัยวะเพศของจำเลยพยายามใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย แต่ใส่ไม่เข้านานสักครู่โจทก์ร่วมได้ตามผู้เสียหายที่มาบ้านจำเลยพบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ตะโกนร้องต่อว่าจำเลยที่ทำกับผู้เสียหาย จำเลยสวมกางเกงแล้วถอยออกไป จากนั้นโจทก์ร่วมได้พาผู้เสียหายกลับไปที่บ้านซึ่งนอกจากผู้เสียหายฝ่ายโจทก์มีโจทก์ร่วมเป็นพยานเบิกความสนับสนุนผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงมีอายุเพียง 8 ขวบ และโจทก์ร่วมเป็นมารดาผู้เสียหายคนทั้งสองคงไม่มีความคิดที่จะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยด้วยเรื่องที่น่าอับอายเป็นที่เสียหายแก่ผู้เสียหาย เชื่อว่าได้เบิกความไปตามความจริง หลังจากเกิดเหตุแล้วในวันเดียวกันโจทก์ร่วมก็ได้พาผู้เสียหายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีประจันต์ ซึ่งโจทก์และโจทก์ร่วมมีพันตำรวจตรีบุญฤทธิ์ราศรีเกรียงไกร พนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งความเรื่องนี้ เป็นพยานเบิกความประกอบว่า โจทก์ร่วมได้พาผู้เสียหายมาแจ้งความว่าจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย พยานได้ส่งผู้เสียหายไปให้แพทย์ทำการตรวจร่างกาย ปรากฏผลการตรวจของแพทย์ว่า ที่บริเวณช่องคลอดของผู้เสียหายมีรอยช้ำแดง แสดงผู้เสียหายถูกจำเลยกระทำอนาจารคำเบิกความของผู้เสียหายมีน้ำหนักและเหตุผลน่าเชื่อว่าเป็นความจริงที่ปรากฏตามผลการพิสูจน์ว่าขนอวัยวะเพศที่ตรวจพบที่ช่องคลอดผู้เสียหายไม่ใช่ขนอวัยวะเพศของจำเลยนั้น เห็นว่า เป็นเพียงความเห็นของผู้ทำการตรวจพิสูจน์หลักฐานเท่านั้น ไม่อาจเป็นข้อพิสูจน์ถึงกับจะทำให้คำเบิกความพยานโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้อง พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2147/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด สุพรรณบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง วิมล บัว แก้ว โจทก์ นาย หมา ก นาควงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุพรรณบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง วิมล บัว แก้ว · จำเลย - นาย หมา ก นาควงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มงคล เปาอินทร์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 913/2538ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ