⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2242/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2242/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้จัดการมรดกของผู้ตายไม่มีสิทธิขอเข้าดำเนินคดีแทนผู้ตายในฐานะโจทก์ร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 * การที่จำเลยได้ชำระเงินตามเช็คพิพาทจนครบถ้วนก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ถือเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งการกระทำความผิด จึงมีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

พี่ชายของโจทก์ร่วมผู้ตายเกิดจากบิดามารดาเดียวกันและเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ร่วมผู้ตาย มิใช่บุคคลตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 ที่จะขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมผู้ตายได้ จึงไม่มีสิทธิถอนคำร้องทุกข์หรือมีคำขออื่นใดแทนโจทก์ร่วมผู้ตายได้ เช็คพิพาทสั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท ก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาจำเลยชำระเงินให้โจทก์ร่วม 20,000 บาท และระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยได้ชำระเงินที่เหลือในเช็คพิพาทแล้วเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งการกระทำความผิด จึงมีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคารศรีนคร จำกัด สาขารามอินทราลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๙ สั่งจ่ายเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท มอบให้นายปรีชาปานดา ผู้เสียหายเพื่อแลกเงินสด เมื่อเช็คถึงกำหนด ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา นายปรีชา ปานดา ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต เมื่อเสร็จการสืบพยานโจทก์และโจทก์ร่วม จำเลยขอให้การรับสารภาพและชดใช้เงินให้โจทก์ร่วมบางส่วนเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้จำคุก ๑ ปี กรณีมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นายสอั๊ด ปานดำยื่นคำร้องว่าโจทก์ร่วมถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ร่วม และเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ร่วมผู้ตายผู้ร้องจึงขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมผู้ตาย ผู้ร้องได้รับชดใช้เงินตามเช็คพิพาทส่วนที่เหลือแล้ว ไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับจำเลยขอถอนคำร้องทุกข์ หากไม่อาจถอนคำร้องทุกข์ ได้ขอให้ศาลลงโทษจำเลยสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง พิพากษายืน จำเลยฎีกา และผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้ผู้ร้องเป็นพี่ชายของโจทก์ร่วมผู้ตายเกิดจากบิดามารดาเดียวกัน และเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ร่วมผู้ตายก็ตามแต่ผู้ร้องมิใช่บุคคลตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๙ ที่จะขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมผู้ตายโดยอนุโลมต่อไปได้ ผู้ร้องจึงหามีสิทธิถอนคำร้องทุกข์หรือมีคำขออื่นใดแทนโจทก์ร่วมผู้ตายไม่ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งชอบแล้ว แต่เห็นว่าจำเลยได้ชำระเงินตามเช็คพิพาทแล้วแม้ผู้ร้องไม่มีสิทธิเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ร่วมผู้ตายแต่ผู้ร้องก็เป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ร่วมผู้ตาย มีสิทธิและหน้าที่จัดการมรดกโดยทั่วไปเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกจึงรับเงินตามเช็คพิพาทจากจำเลยได้ เท่ากับจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งการกระทำผิดแล้ว พฤติการณ์แห่งคดีการกระทำผิดของจำเลยไม่ร้ายแรงนักกรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2242/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายปรีชา ปานดำ โจทก์ร่วม นายชัยชาญ เทียมวาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายปรีชา ปานดำ · จำเลย - นายชัยชาญ เทียมวาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 666/2502ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 1079/2511ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 4018/2542ฎีกา 9575/2544ฎีกา 411/2518ฎีกา 2078/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา