คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2456/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวก่อนพิพากษาได้ แม้จะมีทางออกอื่น แต่หากจำเลยปิดทางพิพาท โจทก์ก็มีสิทธิขอให้จำเลยเปิดทางพิพาทระหว่างพิจารณาได้
ย่อคำพิพากษา
การฟ้องคดีต่อศาลซึ่งมิใช่เป็นคดีมโนสาเร่ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพื่อจัดให้มีวิธีคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 ฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางพิพาท การที่โจทก์สามารถจะใช้เส้นทางอื่นออกไปสู่ทางสาธารณะ จึงหาตัดสิทธิของโจทก์ที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งใช้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาไม่ ดังนี้เมื่อคดีปรากฏว่าจำเลยปิดทางพิพาทตลอดมา จึงมีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองโดยให้จำเลยเปิดทางพิพาทในระหว่างพิจารณาตามที่โจทก์ขอมาบังคับได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางพิพาท อันเป็นทางสาธารณประโยชน์ ที่จำเลยปิดกั้นเพื่อมิให้โจทก์และประชาชนใช้สัญจรไปมา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยเปิดทางพิพาท เพื่อให้โจทก์และประชาชนได้ใช้ทางพิพาทเดินเข้าออกไปประกอบอาชีพเหมือนเดิมก่อนคดีจะถึงที่สุด
ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยปิดทางพิพาทที่โจทก์นำคดีมาฟ้อง แต่โจทก์ยังมีทางอื่นที่ใช้เดินเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ คดีมีปัญหาว่า โจทก์จะร้องขอให้ศาลใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาสั่งให้จำเลยเปิดทางพิพาทได้หรือไม่ ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 254 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีต่อศาลซึ่งไม่ใช่คดีมโนสาเร่ โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพื่อจัดให้มีวิธีคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ก่อนศาลมีคำพิพากษาได้ การร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยเปิดทางพิพาทชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาเช่นคดีนี้ เป็นการขอเพื่อจัดให้มีวิธีคุ้มครองอย่างหนึ่งที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(2) ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางพิพาท ก็ชอบที่โจทก์จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเช่นนั้นได้ การที่โจทก์สามารถใช้เส้นทางอื่นออกไปสู่ทางสาธารณะได้นั้น หาตัดสิทธิของโจทก์ในการที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเช่นที่กล่าวแล้วไม่ เพราะนอกจากโจทก์สามารถใช้เส้นทางอื่นออกไปสู่ทางสาธารณะได้แล้ว โจทก์ฟ้องว่ายังมีสิทธิที่จะใช้ทางพิพาทออกไปสู่ทางสาธารณะได้อีกทางหนึ่งด้วย กรณีจึงมีเหตุที่โจทก์จะขอให้ศาลมีคำสั่งใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ได้และเมื่อคดีปรากฏว่าจำเลยปิดทางพิพาทตลอดมา กรณีจึงมีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองที่โจทก์ขอมาใช้บังคับตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 255 บัญญัติไว้ได้..."
พิพากษากลับ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตามที่โจทก์ร้องขอ โดยให้โจทก์วางเงินประกันเป็นเงิน2,000 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 200 บาท.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2456/2533
นาย โปรย เ ปา ชม โจทก์
นาง พยุง กุล บุญ ลอย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย โปรย เ ปา ชม · จำเลย - นาง พยุง กุล บุญ ลอย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เดชา สุวรรณโณ · ประชา บุญวนิช · เสียง ตรีวิมล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ