⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2530/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2530/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างสิทธิในที่ดินอันเกิดจากการครอบครองปรปักษ์เกินกว่า 10 ปีนั้น ผู้ครอบครองต้องกล่าวอ้างในคำร้องขัดทรัพย์ด้วย หากมิได้กล่าวอ้างในคำร้องขัดทรัพย์ ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย.

ย่อคำพิพากษา

ข้อที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาว่าผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยความสงบเปิดเผยเพื่อตนเป็นเวลากว่า 10 ปีจึงอยู่ในฐานะที่เป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียนได้ตลอดเวลาและทายาทอื่นหมดสิทธิไปแล้ว ภายหลังเจ้ามรดกตาย ไปกว่า 1 ปีซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้ยกขึ้นวินิจฉัยนั้น เมื่อผู้ร้องมิได้กล่าวไว้ในคำร้องขัดทรัพย์ จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งแปดใช้เงินแก่โจทก์ ตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยทั้งแปดทำไว้กับโจทก์ โดยจะชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 1 ปีนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาจำเลยทั้งแปดไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางดี มโนคำ ตกได้แก่จำเลยที่ 4ส่วนหนึ่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพิพาทที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องผู้ร้องไปติดต่อเจ้าพนักงานที่ดินจึงทราบว่าศาลได้มีคำสั่งยึดที่ดินพิพาท โดยโจทก์เป็นผู้นำยึดขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า ที่ดินพิพาทที่โจทก์นำยึดเดิมเป็นของนางดีมโนคำ ซึ่งเป็นมารดาของจำเลยที่ 4 ผู้ร้องและบุคคลอื่น ๆ อีก 2 คนเมื่อนางดีถึงแก่ความตาย ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นมรดกแก่จำเลยที่ 4หนึ่งในสี่ ผู้ร้องไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียวขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 4 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทส่วนหนึ่ง ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยความสงบเปิดเผยเพื่อตนมาเป็นเวลากว่า10 ปี จึงอยู่ในฐานะที่เป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียนได้ตลอดเวลา และทายาทอื่นหมดสิทธิไปแล้วภายหลังเจ้ามรดกตายไปกว่า 1 ปี ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้ยกขึ้นวินิจฉัยนั้น ผู้ร้องมิได้กล่าวไว้ในคำร้องขัดทรัพย์ จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2530/2533 สหกรณ์การเกษตร หริภุญชัย จำกัด โจทก์ จำเลยร่วม โจทก์ นาย ผง พา สวัสดิ์ โจทก์ นาย แก้ว อภิ วงศ์ งาม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหกรณ์การเกษตร หริภุญชัย จำกัด · โจทก์ - จำเลยร่วม · โจทก์ - นาย ผง พา สวัสดิ์ · จำเลย - นาย แก้ว อภิ วงศ์ งาม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ