⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3241/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3241/2533

ป.พ.พ. ม.132, 406, 491 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.271

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ขายฝากไม่ไถ่ทรัพย์สินภายในกำหนด ผู้รับซื้อฝากย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น แม้เนื้อที่จริงจะมากกว่าเนื้อที่ตามโฉนดที่ดินก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลย แล้วไม่ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดแม้เนื้อที่ที่ดินที่แท้จริงจะมากกว่าเนื้อที่ตามโฉนดที่ดิน จำเลยก็ย่อมได้ที่ดินพิพาทส่วนที่เกินกว่าเนื้อที่ตามโฉนดที่ดินโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และไม่เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ ที่ดินพิพาทจึงไม่เป็นลาภมิควรได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๑๘๗ ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๒ งาน ๑๘ ๘/๑๐ ตารางวา ไว้แก่จำเลยที่ ๑ ในราคา ๔๖๒,๐๐๐ บาท โดยมีเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ต่อกันตามเนื้อที่และราคาดังกล่าว โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ที่ดินที่ขายฝากภายในกำหนด ต่อมาโจทก์ทราบว่าที่ดินที่ขายฝากมีเนื้อที่ประมาณ ๔๙ ไร่ การที่จำเลยที่ ๑ ได้ที่ดินเกินไปประมาณ ๖ ไร่ เพราะโจทก์สำคัญผิดในเนื้อที่ของที่ดินซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมจึงเป็นการได้ไปโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ จำเลยที่ ๒เป็นกรมในรัฐบาล เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดของจำเลยที่ ๒ ทราบว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับโอนที่ดินจากโจทก์เกินกว่าที่ตกลงจดทะเบียนขายฝาก ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการเพื่อคืนที่ดินส่วนที่เกินแก่โจทก์ แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด-อุบลราชธานีกลับร่วมมือกับจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินส่วนที่เกินไว้เป็นของจำเลยที่ ๑ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันโอนที่ดินโฉนดเลขที่๑๐๑๘๗ ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่ ส่วนที่เกินจากเนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๒ งาน ๑๘ ๘/๑๐ ตารางวา คืนแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลยที่ ๑หากเนื้อที่เกินกว่าเนื้อที่ตามโฉนดที่ดินก็ไม่ใช่ลาภมิควรได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน จำเลยที่ ๑ ไม่เคยร่วมมือกับจำเลยที่ ๒ กระทำการดังโจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า เดิมโจทก์ออกโฉนดที่ดินตาม น.ส.๓ รวม ๕ ฉบับ เนื้อที่ประมาณ ๙๓ ไร่ โดยโจทก์เป็นผู้นำรังวัดด้วยตนเองจึงรู้แนวเขตและเนื้อที่ของที่ดินเป็นอย่างดี โจทก์ได้รับโฉนดที่ดินไปแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมโดยให้ที่ดินแปลงหนึ่งมีเนื้อที่๕๐ ไร่ หลังจากนั้นโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินแปลงคงเหลือทั้งแปลงแก่จำเลยที่ ๑ เจ้าพนักงานดำเนินการให้ตามความประสงค์ของโจทก์โดยปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนทุกประการ ไม่ได้ร่วมมือกับจำเลยที่ ๑ ดังโจทก์ฟ้อง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีเจตนาขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลยที่ ๑ และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์และจำเลยที่ ๑ ตกลงจดทะเบียนขายฝากที่ดินกันทั้งแปลง และการกระทำของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลยที่ ๑ ดังนั้นเมื่อโจทก์ไม่ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนด ที่ดินทั้งแปลงจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑โดยเด็ดขาดแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงมีมูลอันจะอ้างตามกฎหมายได้ และไม่เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบแต่อย่างใด หากโจทก์ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนด ที่ดินทั้งแปลงรวมทั้งที่ดินพิพาทก็จะกลับคืนมาเป็นของโจทก์ตามเดิม ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าที่ดินพิพาทไม่เป็นลาภมิควรได้แก่จำเลยที่ ๑ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3241/2533 พันโททงพานธ์ ศรีอักษร โจทก์ นายสงวน วัฒนาพานิช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันโททงพานธ์ ศรีอักษร · จำเลย - นายสงวน วัฒนาพานิช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราธานี - นายจรูญวิทย์ ทองสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายนำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2300/2533ฎีกา 6019/2538ฎีกา 162/2512ฎีกา 1082-1083/2492ฎีกา 1730/2516ฎีกา 9262/2539ฎีกา 2377/2530ฎีกา 1057/2538ฎีกา 2588/2535ฎีกา 489/2493ฎีกา 6351/2534ฎีกา 2484/2516ฎีกา 1237/2522ฎีกา 1392/2510ฎีกา 8/2522ฎีกา 3017/2544ฎีกา 1279/2510ฎีกา 657/2517ฎีกา 1349/2504ฎีกา 484/2536ฎีกา 673/2526ฎีกา 5418/2543ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 2174/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา