⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3426/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3426/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากตราสารหลายลักษณะทำรวมกันในฉบับเดียว ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะ การปิดอากรแสตมป์เกินกว่าที่กำหนดในตราสารหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นการปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์สำหรับตราสารอื่นที่ทำรวมกัน.

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 108 กำหนดว่า ถ้าทำตราสารหลายลักษณะตามที่ระบุบัญชีอัตราอากรแสตมป์บนกระดาษแผ่นเดียวกันหรือเป็นฉบับเดียวกัน ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะหรือทุกเรื่อง โดยปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นรายตราสารแยกไว้ให้ปรากฎว่าตราสารใดอยู่ที่ใด และแสตมป์ดวงใดสำหรับตราสารลักษณะหรือเรื่องใด การที่โจทก์อ้างสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน ซึ่งทำรวมกันมาในฉบับเดียว และปิดอากรแสตมป์ในสัญญากู้เงินเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ และเกินกว่าจำนวนที่ให้ปิดในสัญญาค้ำประกัน ดังนี้ ไม่อาจถือได้ว่าการที่ปิดอากรแสตมป์ในสัญญากู้นั้นเป็นการปิดอากรแสตมป์ในสัญญาค้ำประกันด้วยสัญญาค้ำประกันจึงปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งหาได้ไม่ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลรัษฎากร ม.108

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2527 จำเลยที่ 1กู้เงินโจทก์จำนวน 60,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีโดยจะชำระคืนภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2527 มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันเมื่อครบกำหนดตามสัญญา จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 62,743 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 60,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ความจริงนางมาลี จิวสืบพงษ์ บุตรจำเลยเป็นผู้กู้ แล้วโจทก์มาขอให้จำเลยทั้งสองรับโอนหนี้โดยให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อเป็นผู้กู้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันในแบบพิมพ์โดยไม่กรอกข้อความต่อจำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์วันละ 1,000 บาท กับดอกเบี้ยต่างหาก จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2527 จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่3,000 บาท จำเลยจึงได้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้โจทก์รวม2 ฉบับ ๆ ละ 1,650 บาท แต่โจทก์ไม่คืนสัญญาให้จำเลยสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาปลอม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 56,700 บาทพร้อมดอกเบี้ยส่วนคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่าสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ. 2 ได้ปิดอากรแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีอัตราอากรแสตมป์แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่เห็นว่า ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์แห่งประมวลรัษฎากรข้อ 17ระบุว่า การค้ำประกันสำหรับจำนวนเงินเกิน 10,000 บาท ขึ้นไปจะต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท แต่สัญญาค้ำประกันเอกสาร จ.2ที่โจทก์อ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีปรากฎว่าปิดอากรแสตมป์มาเพียง 1 บาท ฉะนั้นสัญญาค้ำประกันดังกล่าวจึงปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ไม่ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีอัตราอากรแสตมป์แห่งประมวลรัษฎากร จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งหาได้ไม่ ทั้งนี้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ในกรณีเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าโจทก์ไม่มีหนังสือค้ำประกันของจำเลยที่ 2 มาเป็นหลักฐาน จำเลยที่ 2จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินให้โจทก์ตามฟ้อง ที่โจทก์อ้างว่าสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันทำรวมมาในฉบับเดียว สัญญาค้ำประกันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญากู้ ถือได้ว่าเป็นสัญญาต่อท้ายสัญญากู้เงินและเป็นสัญญาฉบับเดียวกัน การที่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ในสัญญากู้เงินเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ และเกินกว่าจำนวนที่ให้ปิดในสัญญาค้ำประกัน จึงอนุโลมให้ถือว่าเป็นการปิดอากรแสตมป์ในสัญญาค้ำประกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 108 กำหนดว่า ถ้าทำตราสารหลายลักษณะตามที่ระบุในบัญชีอัตราอากรแสตมป์บนกระดาษแผ่นเดียวกันหรือเป็นฉบับเดียวกัน ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะหรือทุกเรื่อง โดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะหรือทุกเรื่องโดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะหรือทุกเรื่อง โดยปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นรายตราสารแยกไว้ให้ปรากฎวาตราสารใดอยู่ที่ใดและแสตมป์ดวงใดสำหรับตราสารลักษณะหรือเรื่องใด แต่โจทก์หาได้กระทำตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นไม่ จึงไม่อาจถือได้ว่าการที่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 เป็นการปิดอากรแสตมป์ในสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2 ด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3426/2533 นาย ดี เขียว หอม โจทก์ นาย ประยงค์ คงกระพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ดี เขียว หอม · จำเลย - นาย ประยงค์ คงกระพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 108/2538ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 196/2523ฎีกา 1603/2551ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1350/2495ฎีกา 7828/2547ฎีกา 2647/2535ฎีกา 3005/2541ฎีกา 3763/2532ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 174/2520ฎีกา 582/2510ฎีกา 1420/2531ฎีกา 1958/2536ฎีกา 1544/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ