⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3847/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3847/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุตรกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นมารดาอย่างร้ายแรง ถือเป็นการประพฤติเนรคุณต่อบุพการี โจทก์ผู้เป็นมารดาสามารถเรียกทรัพย์สินที่ให้แก่บุตรคืนได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ค่าโจทก์ซึ่งเป็นมารดาว่า "เจ้าหยังมาหน้าเข่งแห่อีหน้าบ่อมีสกุล หน้าบ่อมีสกุลลูกเฒ่าใสมึงอยากเกือกเลือดดี" คำว่า "อีหน้าบ่อมีสกุล" มีความหมายในตัวเป็นที่ทราบได้โดยทั่วไปว่าคนที่ถูกด่าหมายถึงคนนั้นมีตระกูลเลวทราบหรือเป็นคนเกิดมาไม่มีตระกูล และด่าโจทก์อีกว่า "อีหมอความใหญ่ มึงมีเงินพอกระสอบบ่อไปซื้อขี้ให้หมากินดีกว่า" เป็นถ้อยคำที่กล่าวไปถึงสัตว์เดรัจฉาน ถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ผู้เป็นบุพการี หามีความเคารพยำเกรงตามวิสัยของบุตรทั่วไปไม่ เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์มารดาอย่างร้ายแรง เป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2) โจทก์เรียกทรัพย์ที่ให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หาคืนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.431 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน โจทก์เป็นมารดาของจำเลยที่ ๒ โจทก์ได้ยกที่ดิน ๒ แปลงให้แก่จำเลยที่ ๑ และยกที่ดิน ๑ แปลงให้แก่จำเลยที่ ๒ ต่อมาจำเลยทั้งสองประพฤติเนรคุณโดยด่าว่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายและไม่สมควร และถือมีดทำท่าจะฟันโจทก์ จนโจทก์ต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จำเลยทั้งสองประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบที่ดินทั้งสามแปลงคืนแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินตามฟ้อง ๒ แปลงแรกเป็นของจำเลยที่ ๑ แปลงที่สามเป็นของจำเลยที่ ๒ โจทก์ไม่ได้ทำนิติกรรมยกให้โดยเสน่หาไม่มีสิทธิเพิกถอนการให้ จำเลยทั้งสองไม่ได้หมิ่นประมาทด่าว่าโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังว่า โจทก์ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยทั้งสองโดยไม่มีค่าภาระติดพัน คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาโจทก์เพียงว่า จำเลยทั้งสองประพฤติเนรคุณอันเป็นเหตุให้โจทก์เพิกถอนคืนการให้ได้หรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ ด่าโจทก์ตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ.๘ และ จ.๙ เมื่อพิเคราะห์ข้อความตามเอกสารหมาย จ.๘ ที่ว่า "เจ้าหยังมาหน้าเข่งแห่อีหน้าบ่อมีสกุล หน้าบ่อมีสกุลลูกเฒ่าใสมึงอยากเกือกเลือดดี" และเอกสารหมาย จ.๙ ที่ว่า "อีหมอความใหญ่ มึงมีเงินพอกระสอบบ่อมึงไปซื้อขี้ให้หมากินดีกว่า" แม้ข้อความตามเอกสารหมาย จ.๘ เป็นภาษาพื้นบ้านแต่มีคำว่า "อีหน้าบ่อมีสกุล" รวมอยู่ด้วย ข้อความนี้ย่อมมีความหมายในตัวเป็นที่ทราบได้โดยทั่วไปว่า คนที่ถูกด่าหมายถึงคนนั้นมีตระกูลเลวทรามหรือเป็นคนเกิดมาไม่มีตระกูลและถ้อยคำที่ว่า "อีหมอความใหญ่ มึงมีเงินพอกระสอบบ่อ ไปซื้อขี้ให้หมากินดีกว่า" ก็กล่าวไปถึงสัตว์เดรัจฉาน ถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ผู้เป็นบุพการีหามีความเคารพยำเกรงตามวิสัยของบุตรทั่วไปไม่ ฟังได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์มารดาอย่างร้ายแรง เป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ผู้ให้แล้ว โจทก์เรียกทรัพย์ที่ให้จำเลยที่ ๒ โดยเสน่หาคืนได้ ส่วนจำเลยที่ ๑ นั้นฟังไม่ได้ว่าด่าโจทก์ จึงถอนคืนการให้ไม่ได้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้ โดยให้เพิกถอนการให้ที่ดิน ๑ แปลง ส่วนที่โจทก์โอนใส่ชื่อจำเลยที่ ๒ โดยเสน่หาคืนให้โจทก์ไป ให้จำเลยที่ ๒ ไปจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนานอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3847/2533 นางคูณ หลักหาญ โจทก์ นายเสริม ล่ามสมบัติ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคูณ หลักหาญ · ล. - นายเสริม ล่ามสมบัติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเขียว - นายปกรณ์ วงศาโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 1117/2493ฎีกา 737/2523ฎีกา 1728/2534ฎีกา 291/2522ฎีกา 7301/2559ฎีกา 6323/2552ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2980/2523ฎีกา 1365/2509ฎีกา 6250/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 31/2531ฎีกา 166/2496ฎีกา 966/2523ฎีกา 301/2524ฎีกา 375/2527ฎีกา 177/2492ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 10552/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา