⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3901/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3901/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่โจทก์บรรยายฟ้องโดยอ้างสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและเอกสารท้ายฟ้อง ถือว่าเป็นการแสดงสภาพแห่งข้อหาและคำขอท้ายฟ้องโดยแจ้งชัดตามกฎหมายแล้ว 2. สัญญาคิดดอกเบี้ยเพิ่มตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นสัญญาทางแพ่งที่ใช้บังคับได้ระหว่างคู่สัญญา หากวัตถุประสงค์ไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่กระทบถึงบุคคลภายนอก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 โดยถือเอาบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเลขที่ 13777 ของจำเลยที่มีไว้กับโจทก์เพื่อเดินสะพัดบัญชีกับโจทก์ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2526 จำเลยเป็นหนี้โจทก์จำนวน 3,256,239.21 บาท จำเลยได้จำนองที่ดินและเครื่องจักรเป็นประดับหนี้ดังกล่าว หนี้ถึงกำหนดแล้วแต่จำเลยยังไม่ชำระให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้หากไม่ชำระให้ครบ ให้ยึดทรัพย์ที่จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินยังไม่ชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ คำฟ้องดังกล่าวถือว่าโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำของบีงคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้าหาครบถ้วนสมบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 แล้ว ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม ข้อตกลงให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเพิ่มตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นสัญญาในทางแพ่งซึ่งทำขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลย ซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น มิได้มีผลผูกพันถึงบุคคลภายนอก และวัตถุประสงค์ของสัญญาก็ไม่ต้องห้ามโดยกฎหมายแต่อย่างใด สัญญาดังกล่าวใช้บังคับได้ ่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกค้าของโจทก์ สาขาเยาวราช โดยมีบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เลขที่ ๑๓๗๗๗ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๐ จำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้กับโจทก์ สาขาเยาวราช วงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒.๕ ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่ ๑ ของเดือนและยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ตามประเพณีทางการค้าของโจทก์ และตกลงใช้บัญชีเลขที่ ๑๓๗๗๗ เป็นบัญชีเดินสะพัด ต่อมาวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๒๓ จำเลยตกลงให้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒ จนถึงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๓ และเป็นร้อยละ ๑๘ ต่อปีนับแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไปได้มีการต่ออายุสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีออกไป ๒ ครั้ง ครั้งสุดท้ายถึงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ กับได้รับรองยอดหนี้ว่าเพียงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๓ จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ๒,๐๕๙,๒๘๗.๑๖ บาท เพื่อเป็นประกันหนี้ดังกล่าว จำเลยได้จำนองที่ดินและเครื่องจักร ๑๓ เครื่องไว้กับโจทก์ หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอใช้หนี้จำเลยยอมรับผิดใช้หนี้ให้โจทก์จนครบ ตั้งแต่ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีแล้วจำเลยเบิกเงินและนำเงินเข้าบัญชีหลายครั้งเพียงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๒๖ จำเลยเป็นหนี้โจทก์ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย ๓,๒๕๖,๒๓๙.๒๑ บาท โจทก์ทวงถามและแจ้งการบังคับจำนองไปยังจำเลยแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน ๓,๒๕๖,๒๓๙.๒๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๘ ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาด หากขายทอดตลาดได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยให้การต่อสู้คดี และให้การด้วยว่าฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน ๒,๑๗๔,๘๐๐.๘๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ ๑๘ ต่อปีในต้นเงินดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๕ และดอกเบี้ยธรรมดาไม่ทบต้นร้อยละ ๑๘ ต่อปีในต้นเงินซึ่งรวมดอกเบี้ยทบต้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากไม่ใช้ให้ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองตามฟ้องขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้แก่โจทก์หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอใช้หนี้ ให้จำเลยรับผิดใช้หนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน ๑,๙๙๗,๔๑๑.๕๘ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือนในอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๓ จนถึงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ และดอกเบี้ยธรรมดาแบบไม่ทบต้นอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี ในต้นเงินซึ่งรวมดอกเบี้ยทบต้นแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นแรกที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๓ ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๐ (หรือเอกสารหมาย จ.๑๐) โดยถือเอาบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเลขที่ ๑๓๗๗๗ ของจำเลยที่มีไว้กับโจทก์เพื่อเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์ถึงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๒๖ จำเลยเป็นหนี้โจทก์จำนวน ๓,๒๕๖,๒๓๙.๒๑ บาท จำเลยได้จำนองที่ดินและเครื่องจักรเป็นประกันหนี้ดังกล่าว หนี้ถึงกำหนดแล้วแต่จำเลยยังไม่ชำระให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้หากไม่ชำระให้ครบ ให้ยึดทรัพย์ที่จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินยังไม่พอชำระหนี้ ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ คำฟ้องดังกล่าวถือว่าโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ แล้ว ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ประเด็นที่สอง โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเพิ่มจากร้อยละ ๑๒.๕ ต่อปี เป็นร้อยละ ๑๕ ต่อปี และร้อยละ ๑๘ ต่อปี ตามข้อตกลงในเอกสารหมาย จ.๑๑ ได้หรือไม่นั้น ปรากฏตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้ยินยอมทำความตกลงกับโจทก์โดยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเพิ่มตามเอกสารหมาย จ.๑๑ จริง แต่จำเลยต่อสู้ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการเพิ่มดอกเบี้ยย้อนหลัง เป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ ตรวจเอกสารหมาย จ.๑๑ แล้ว เห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาในทางแพ่งซึ่งทำขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น มิได้มีผลผูกพันถึงบุคคลภายนอก และวัตถุประสงค์ของสัญญาก็ไม่ต้องห้ามโดยกฎหมายแต่อย่างใด สัญญาดังกล่าวจึงใช้บังคับได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3901/2533 ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ บริษัทสากลอาหารสัตว์ จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · ล. - บริษัทสากลอาหารสัตว์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร เดชศิริ · เดชา สุวรรณโณ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฟอง แสวงธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1042/2531ฎีกา 767/2518ฎีกา 1862/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 2026/2494ฎีกา 548/2522ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2880/2545ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา