⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4845/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4845/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไม่มีข้อห้ามตามกฎหมายในการจัดการทรัพย์สินของผู้อื่นหรือกระทำการแทนผู้อื่น

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติมาตรา 24 พระราชบัญญัติล้มละลาย ไม่ได้บัญญัติห้ามผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจัดการทรัพย์สินของผู้อื่นหรือกระทำกิจการแทนผู้อื่น จำเลยที่ 2 ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจึงมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 แต่งตั้งทนายความแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๘๐๔ และโฉนดเลขที่ ๑๒๒๒๙ ตำบลพุแค อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ที่โจทก์ยึดไว้แก่นางสมใจ มานะตระกูล ผู้ให้ราคาสูงสุด จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาด โจทก์และนางสมใจ มานะตระกูล ผู้ซื้อทรัพย์ร้องคัดค้านว่าการขายทอดตลาดชอบแล้ว และจำเลยที่ ๑ ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเพราะจำเลยที่ ๒ ซึ่งลงลายมือชื่อประทับตราของจำเลยที่ ๑ แต่งทนายความยื่นคำร้อง ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปแล้วก่อนยื่นคำร้องขอให้ยกคำร้อง ระหว่างไต่สวนคำร้อง จำเลยที่ ๒ แถลงรับว่าถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก่อนแต่งตั้งทนายความยื่นคำร้องแทนจำเลยที่ ๑ จริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องจำเลยที่ ๑ แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๔บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือกิจการของตน เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ นี้" เห็นว่า การห้ามลูกหนี้ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวไม่มีความหมายรวมถึงการจัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทำกิจการแทนผู้อื่นด้วย ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อประทับตราของจำเลยที่ ๑ แต่งตั้งทนายความยื่นคำร้องต่อศาล จึงเป็นการกระทำแทนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกออกไปอีกส่วนหนึ่งจากจำเลยที่ ๒ นั้น ย่อมมีอำนาจกระทำได้ไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4845/2533 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ นางสมใจ มานะตระกูล ผู้ซื้อทรัพย์ บริษัทพนมชัยศิลา จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ผู้ซื้อทรัพย์ - นางสมใจ มานะตระกูล · จำเลย - บริษัทพนมชัยศิลา จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายพันวะสา บัวทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายจรูญ วงศ์นิวัติขจร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5209/2566ฎีกา 578/2550ฎีกา 3245/2534ฎีกา 8080/2538ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 662/2525ฎีกา 4851/2545ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 1636/2534ฎีกา 2657/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 92/2531ฎีกา 4470/2543ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 7966/2544ฎีกา 2709/2536ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 2242/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา