⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5719/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5719/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้น เป็นความผิดฐานรับของโจร.

ย่อคำพิพากษา

ไม้ของกลางของผู้เสียหายได้หายไป ผู้เสียหายพบว่าไม้ที่หายถูกนำไปใช้ทำคอกหมูของจำเลย จึงขอคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ขณะผู้เสียหายไปแจ้งความจำเลยรีบรื้อคอกหมูและขนย้ายไม้ดังกล่าวของผู้เสียหายไป แสดงว่าจำเลยรับไม้ดังกล่าวไว้จากคนร้ายโดยรู้ว่าเป็นไม้ที่ถูกลักมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจร.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๕๗ ลงโทษจำคุกและให้คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย ข้อหาลักทรัพย์ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม้ของกลางเป็นของผู้เสียหาย และไม้ดังกล่าวหายไป ผู้เสียหายไปพบว่าใช้ทำเป็นคอกหมูของจำเลยอยู่เมื่อผู้เสียหายไปพบว่าไม้ที่หายถูกนำไปใช้ทำคอกหมูของจำเลยจึงรออยู่จนจำเลยมาถึงและขอคืนจากจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมคืนผู้เสียหายจึงให้นายสมหมายเฝ้าไว้แล้วไปแจ้งความ เมื่อนำตำรวจกลับมาพบว่าจำเลยรื้อคอกหมูและนำไม้ไปแล้วรวมทั้งไม้ของผู้เสียหายด้วย เห็นว่า ขณะที่กำลังมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่ว่าไม้เป็นของใครจำเลยก็รีบรื้อคอกหมูและขนย้ายไม้ไป แม้จำเลยจะอ้างว่านางปราณีให้รื้อคอกหมูไปแต่ในวันเกิดเหตุนั้นจำเลยก็หาได้รื้อไม่ ครั้งเมื่อรู้ว่าผู้เสียหายไปแจ้งความจึงเพิ่งมารื้อและขนย้ายไปเสียเช่นนี้แสดงถึงข้อพิรุธของจำเลยทำให้น่าเชื่อว่าจำเลยรับไม้ดังกล่าวไว้จากคนร้ายโดยรู้ว่าเป็นไม้ที่ถูกลักมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจร แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษโดยให้จำคุกจำเลย๒ ปี เห็นว่าหนักเกินไป เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่ามิใช่เรื่องร้ายแรงนั้น และทรัพย์ของกลางก็มีราคาเล็กน้อยจึงเห็นสมควรแก้ไขโทษจำคุกให้น้อยลง ทั้งปรากฏว่าจำเลยอายุยังน้อยและไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน มีเหตุอันควรปรานีเพื่อให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้ แต่ให้วางโทษปรับอีกสถานหนึ่ง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗วรรคหนึ่ง ให้จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางคืนผู้เสียหาย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5719/2533 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายอมร สิงห์สา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายอมร สิงห์สา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 98/2537ฎีกา 1331/2479ฎีกา 824/2535ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 113/2566ฎีกา 7993/2547ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 337/2535ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 1049/2539ฎีกา 5702/2533ฎีกา 2274/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา