⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5722/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5722/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้หรืออ้างเอกสารปลอมที่ต่อเนื่องกัน โดยมีเจตนาเพื่อลักทรัพย์ ถือเป็นความผิดหลายบทที่ต้องลงโทษตามบทกฎหมายที่หนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ร่วม ได้ร่วมกันปลอมเอกสารใบรับสินค้าอันเป็นเอกสารสิทธิของบริษัท ก. แล้วปลอมลายมือชื่อบุคคลในร้าน ฟ. ลงในช่องผู้รับสินค้าเพื่อแสดงเป็นหลักฐานว่าร้าน ฟ. ได้รับสินค้าดังกล่าวแล้ว นำเอกสารที่ปลอมขึ้นไปแสดงต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างเพื่อให้หลงเชื่อว่าร้าน ฟ.ได้รับสินค้าที่ทางโจทก์ร่วมรับขนส่งจากบริษัท ก. ไว้แล้วการกระทำของจำเลยทั้งสองล้วนแต่เป็นวิธีการเพื่อผลในการเอาทรัพย์สินไป ดังนั้น แม้การปลอมเอกสารกับการใช้หรืออ้างเอกสารปลอมต่างเป็นความผิดสำเร็จก็ตาม แต่ก็เป็นความผิดหลายบทต่อเนื่องโดยมุ่งเจตนาในความสำเร็จของความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดหลายบท ต้องลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๓๒ จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างฯ ส. นิยมทรานสปอรค์ต ได้ร่วมกันลักเอาทรัพย์ของบริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัด ขณะอยู่ในความครอบครองของห้างฯ ส. นิยมทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นผู้รับจ้างขนสินค้าและเป็นนายจ้างของจำเลยทั้งสองกับพวกไปโดยทุจริตและเมื่อวันที่ ๑๐มกราคม ๒๕๓๒ จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันปลอมเอกสารใบรับสินค้าอันเป็นเอกสารสิทธิที่เป็นหลักฐานก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้อง ของบริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน ๒ ฉบับ โดยจำเลยกับพวกได้นำใบรับสินค้าทั้ง ๒ ฉบับ มาปลอมลายมือชื่อบุคคลในร้านโฟโต้เฮ้าส์ลงในช่องผู้รับสินค้าเพื่อแสดงเป็นหลักฐานว่าร้านโฟโต้เฮ้าส์ได้รับสินค้าตามใบรับสินค้าดังกล่าวนั้นไว้แล้ว และเพื่อให้บริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัด ร้านโฟโต้เฮ้าส์ห้างฯ ส.นิยมทรานสปอร์ต และผู้อื่นที่พบเห็น หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารใบรับสินค้าที่ร้านโฟโต้เฮ้ส์ได้เซ์นรับสินค้าไว้แล้ว ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บริษัท โกดัก (ประเทศไทย)จำกัด ร้านโฟโต้เฮ้าส์ ห้างฯ ส.นิยมทรานสปอร์ต ผู้อื่น และประชาชนและต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๓๒ จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันนำใบรับสินค้าที่ทำปลอมขึ้นดังกล่าวไปใช้แสดงอ้างต่อนายเสถียร รัตนพิธาน เพื่อให้หลงเชื่อว่าร้านโฟโต้เฮ้าส์ได้รับสินค้าที่ทางห้างฯ ส. นิยมทรานสปอร์ต รัยขนส่งจากบรษัทโกดัก (ประเทศไทย) จำกัด ไว้แล้วอันเป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายเสถียร รันพิธาน บริษัท โกดัก (ประเทศไทย)จำกัด ห้างฯ ส.นิยมทรานสปอร์ต ผู้อื่น และประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๓๕, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕มาตรา ๑๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ ริบใบรับสินค้าของกลาง จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แยกฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีใหม่ ระหว่างการพิจารณา ห้างฯ ส.นิยมทรานสปอร์ต ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๓๕, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามมาตรา ๓๓๕(๑)(๑๑) วรรคสาม ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก๒ ปี ๖ เดือน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายว่าจำเลยมีความผิดหลายกระทงหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ทรัพย์สินปรากฏตามบัญชีท้ายฟ้อง เป็นทรัพย์สินของ บริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัดแต่อยู่ในความครอบครองของโจทก์ร่วมซึ่งมีหน้าที่ต้องส่งไปให้ร้านโฟโต้เฮ้าส์ การที่จำเลยที่ ๒ กับพวก ร่วมกันปลอมเอกสารใบรับสินค้าของบริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน ๒ ฉบับโดยปลอมลายมือชื่อบุคคลในร้านโฟโน้เฮ้าส์ ลงในช่องผู้รับสินค้าเพื่อแสดงเป็นหลักฐานว่าร้านโฟโต้เฮาส์ได้รับสินค้าดังกล่าวแล้วก็ดี นำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อนายเสถียร รัตนพิธาน หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ส.นิยมทรานสปอร์ตนายจ้างก็ดี ก็ล้วนแล้วแต่เห็นวิธีการเพื่อผลในการเอาทรัพย์สินไปทั้งสิ้น จะเห็นได้จากเอกสารใบรับสินค้าทิ้ง ๒ ฉบับดังกล่าวต่างลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๓๒ ซึ่งเป็นวันก่อนวันกระทำผิดฐานลักทรัพย์ทั้งสิ้น แม้การปลอมเอกสารกับการใช้หรืออ้างเอกสารปลอมต่างเป็นความผิดสำเร็จในตัวก็ตาม แต่ก็เป็นความผิดหลายบทต่อเนื่องโดยมุ่งเจตนาในความสำเร็จของความผิดฐานลักทรัพย์เท่านั้น จำเลยที่ ๒ จึงมีความผิดหลายบทดังศาลล่างทั้งสองพิพากษาซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5722/2533 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ ห้างฯส.นิยมทรานสปอร์ต โจทก์ร่วม นายณรงค์ หมวกเพ็ชร ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ร่วม - ห้างฯส.นิยมทรานสปอร์ต · จำเลย - นายณรงค์ หมวกเพ็ชร ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายบรรจง สงกรานต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี แก้วสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 959/2531ฎีกา 1610/2539ฎีกา 1603/2511ฎีกา 1837/2531ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา