⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5997/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5997/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254, 266 จะใช้ได้เฉพาะกรณีที่ต้องการคุ้มครองทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์ที่พิพาทกันในคดี จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาโดยมีคำขอในเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254, 266 จะต้องเป็นการขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีอ้างว่าผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลย ซึ่งมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาดเพียงว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่ามีสิทธิครอบครองเหนือที่พิพาทด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะไปว่ากล่าวเอากับโจทก์ต่างหากจากคดีนี้ จึงไม่มีเหตุที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษามาใช้ในชั้นนี้ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.266

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปและห้ามเกี่ยวข้อง ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับแก่จำเลยและบริวาร ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิครอบครองเหนือที่ดินพิพาทและมิใช่บริวารของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า คดีนี้ผู้ร้องโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ผู้ร้องจะมาร้องในคดีนี้มิได้ต้องฟ้องเข้ามาเป็นคดีใหม่ จึงให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ดดยมีคำขอในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ให้มีคำสั่งไปยังเจ้าพนักงานที่ดิน ห้ามมิให้ดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินที่ผู้ร้องและโจทก์พิพาทกันต่อไป ห้ามมิให้เจ้าพนักงานที่ดินทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ให้ผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหายจำนวน ๕,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องทั้งสองฉบับของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา โดยมีคำขอในเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔, ๒๖๖ จะต้องเป็นการขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดที่พิพาทกันในคดี ได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาแต่คดีนี้กรณีพิพาทกันในชั้นบังคับคดีซึ่งมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาดเพียงว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่ามีสิทธิครอบครองเหนือที่พิพาทด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะไปว่ากล่าวเอากับโจทก์ต่างหากจากคดีนี้ ผู้ร้องจึงไม่มีเหตุที่จะให้ศาลนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษามาใช้ในชั้นนี้ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5997/2533 นางผาด นามกระจาย โจทก์ นางหวิ่น เจี้ยมดี ผู้ร้อง นายเนิ้ม เจี้ยมดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางผาด นามกระจาย · ผู้ร้อง - นางหวิ่น เจี้ยมดี · จำเลย - นายเนิ้ม เจี้ยมดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชลิต ประไพศาล · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 970/2519ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 2724/2541ฎีกา 1634/2526ฎีกา 6619/2545ฎีกา 558/2528ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 176/2494ฎีกา 1001/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา