คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยอมความในคดีอาญาที่กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อมีการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีความผิดต่อส่วนตัวในชั้นฎีกาตามคำร้องขอถอนฟ้องระบุว่าจำเลยทั้งสองได้นำเงิน 40,000 บาทมาชำระให้แก่โจทก์พร้อมใบคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ โดยสัญญาว่าจะทำการโอนทะเบียนกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์แก่โจทก์ภายใน 10 วันหากไม่สามารถโอนได้ จะยอมรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์ 20,000 บาทโจทก์จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป จึงขอถอนฟ้อง และท้ายคำร้องจำเลยก็ได้ร่วมลงลายมือชื่อด้วย ดังนี้ ตามคำร้องขอถอนฟ้องดังกล่าวเป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตั้งแต่มีการยอมความกันตามป.วิ.อ. มาตรา 35 (2) โจทก์จึงไม่อาจมายื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอถอนฟ้องในภายหลังอีกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๑
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ ลงโทษจำเลยที่ ๑ ปรับกรรมละ๑๕,๐๐๐ บาท รวมสองกรรม ปรับเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท สำหรับจำเลยที่ ๒ ลงโทษจำคุกกรรมละ ๑ เดือน รวมห้ากรรมจำคุกมีกำหนด ๕ เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองไม่คัดค้าน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอถอนฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓ โจทก์ระบุว่า จำเลยทั้งสองได้นำเงินสดจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท มาชำระให้แก่โจทก์พร้อมด้วยใบคู่มือการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ให้แก่โจทก์ และจำเลยทั้งสองสัญญาว่าจะทำการโอนทะเบียนกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวให้แก่โจทก์ภายใน ๑๐ วันหากไม่สามารถโอนได้จะยอมรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป จึงขอถอนฟ้อง และท้ายคำร้องดังกล่าวจำเลยก็ได้ร่วมลงลายมือชื่อด้วย เห็นว่าตามคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ข้างต้น เป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตั้งแต่มีการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตั้งแต่มีการยอมความกันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒) จึงให้ยกคำร้องขอถอนคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์และให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2533
นางสุนีย์ ชูจิรวงศ์ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดทองคำเอ็กซ์ปอร์ต อิมปอร์ต กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุนีย์ ชูจิรวงศ์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดทองคำเอ็กซ์ปอร์ต อิมปอร์ต กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ตรีเพชร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา