⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 110/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงส่วนใดถึงที่สุดแล้ว ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันได้ แม้ข้อเท็จจริงส่วนนั้นจะฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ได้ร่วมกับผู้หลบหนีข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 12 ปี ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ข้อเท็จจริงส่วนนี้จึงถึงที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ส่วนปัญหาว่า จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายอันเป็นการกระทำส่วนหนึ่งในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่นั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคแรก ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารผู้เสียหาย ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตาม ป.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คน หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอายุ 12 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนสำเร็จความใคร่ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530 มาตรา 3 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก ไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ลงโทษจำคุก 1 ปี โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยไม่ได้ร่วมกับนายประพาผู้ที่หลบหนีไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 12 ปี และพิพากษายกฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ข้อเท็จจริงส่วนนี้จึงถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้เฉพาะข้อหานี้ ส่วนปัญหาว่า จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายอันเป็นการกระทำส่วนหนึ่งในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่วินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำอนาจารผู้เสียหายจริง จึงมีความผิดฐานนี้ ซึ่งศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 192 วรรคท้าย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด พิจิตร โจทก์ นาย สำรวย หรือ บี้ ราช มนตรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิจิตร · จำเลย - นาย สำรวย หรือ บี้ ราช มนตรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา